#echo banner="" เกร็ดประวัติอุบาสิกาบุญเรือน โตงบุญเติม เจ้าคุณพระสิทธิสารโสภณ และแม่ชีบุญเรือนพบหลวงปู่บุดดา ถาวโร

คลิกเมาส์ที่ใดก็ได้ในเฟรมนี้เพื่อเรียกเมนูด่วน

เกร็ดประวัติคุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม

เจ้าคุณพระสิทธิสารโสภณ และแม่ชีบุญเรือนพบหลวงปู่บุดดา ถาวโร

โพสท์ในเวบกองทัพพลังจิต โดย WebSnow 14-07-2005

ท่านเจ้าคุณพระสิทธิสารโสภณ สงวน โฆสโก อดีตเจ้าอาวาสวัดอาวุธวิกสิตาราม ก่อนจะมาอยู่วัดอาวุธฯ นั้นท่านเคยอยู่วัดสัมพันธวงศ์และได้พบกับหลวงปู่ ณ ที่นั้นเอง หลวงปู่แนะนำท่านเจ้าคุณให้รักษาศีลเท่าชีวิต ท่านก็นำมาปฏิบัติจนกระทั่งปรากฏแสงสว่างเกิดขึ้นเป็นที่น่าอัศจรรย์ ท่านจึงเลื่อมใสศรัทธาและฝากตัวเป็นศิษย์หลวงปู่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ท่านเจ้าคุณได้ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดอาวุธวิกสิตาราม ท่านก็นิมนต์หลวงปู่มาจำพรรษาที่วัดอาวุธฯ หลวงปู่ก็มาพักเป็นครั้งคราวและในปี พ.ศ. ๒๕๒๑ จึงได้มาจำพรรษาที่วัดอาวุธฯ ๒ ปี ท่านมาครั้งนี้ท่านเจ้าคุณได้มรณภาพแล้ว โบสถ์ วิหารที่ท่านสร้างไว้ก็ยังไม่เสร็จ หลวงปู่ท่านมาอยู่ ก็ช่วยสร้างศาลาและที่เก็บน้ำไว้ให้ และทอดกฐินร่วมสร้างโบสถ์ที่ยังค้างอยู่

ขณะที่ท่านเจ้าคุณยังมีชีวิตอยู่ได้เคยเล่าให้ศิษย์ใกล้ชิดฟังว่า ตอนหลวงปู่อยู่ที่วัดสัมพันธวงศ์ เวลาหลวงปู่แสดงธรรมมีคนมาฟังธรรมกันแน่นมาก รวมถึงคุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม ก็ได้มีโอกาสฟังธรรมและมอบตัวเป็นศิษย์ ได้นำคำสอนของหลวงปู่มาปฏิบัติ และบำเพ็ญความเพียรด้วยตนเองจนได้บรรลุธรรม (ปัจจุบันกระดูกกลับกลายเป็นอรหันตธาตุอยู่ ณ วัดอาวุธฯ) ท่านเจ้าคุณเคารพในปฏิปทาของแม่ชีบุญเรือนมาก ดังนั้นเมื่อท่านเจ้าคุณมาเป็นเจ้าอาวาสวัดอาวุธฯ และเมื่อคุณแม่ชีบุญเรือนมา สิ้นชีวิตลงแล้วท่านเจ้าคุณได้อนุญาตให้สร้างศาลาคุณแม่บุญเรือนไว้ที่วัดอาวุธฯ เพื่อเป็นอนุสรณ์

พระคาถาพระสีวลี

พระอินทร์ ได้มอบพระคาถานี้กับคุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม

พระอรหันต์เจ้า ที่มีบุญบารมีทางลาภสักการะมากกว่า พระอรหันต์ด้วยกันในสมัยพุทธกาล พระอินทร์ ได้มอบพระคาถานี้กับคุณแม่บุญเรือนโตงบุญเติม ท่านแม้เป็นฆราวาสแต่ก็ได้ฝึกธรรมะถึงขั้นได้อภิญญา มีฤทธิ์เดชมากมาย ดังมีหลักฐานให้อ่านให้ดูได้ที่ วัดอาวุธ ถ.จรัลสนิทวงศ์ บางพลัด กทม.

นะ ชาลีติ ฉิมพา จะ มหาเถโร

สุวรรณะ มามา โภชนะ มามา วัตถุวัตถา มามา

พลาพลัง มามา โภคะ มามาร มหาลาโภ มามา

สัพเพ ชะนา พหู ชะนา ภวันตุเม

 ถ้าจะให้เกิดลาภสม่ำเสอ ให้ท่องสวดพระคาถาตามกำลังวันดังนี้วันอาทิตย์ ๖ จบ วันจันทร์ ๑๕ วันอังคาร ๘ วันพุธ ๑๗ วันพฤหัส ๑๙ วันศุกร์ ๒๑ วันเสาร์ ๑๐

ความคิดเห็นโดย ปาริสัชชา 13-07-2005

ครอบครัวของผมเองนั้น เคารพคุณแม่บุญเรือนมาก และก็ได้ประจักษ์ในเรื่องอภิญญาของท่านมาหลายครั้งครับ

คุณแม่ฯหายตัวได้

ในตอนนั้นคุณพ่อผมก็ได้บวชเป็นพระอยู่ที่วัดนั้นด้วย (วัดอาวุธฯ) และก็ได้เห็นเรื่องการหายตัวของคุณแม่บุญเรือนด้วย ซึ่งครั้งนั้นท่านเจ้าคุณฯ ได้ให้คุณแม่บุญเรือนเข้าไปอยู่ในหอระฆัง (อาจเป็นหอฉัน) แล้วล๊อคด้วยกุญแจข้างนอก แต่แค่พอหันหลังจะเดินลงมา ก็เห็นร่างของคุณแม่บุญเรือนออกมาอยู่ข้างนอกแล้ว ...

คุณแม่ฯ อธิษฐานน้ำที่ท่วมอยู่ให้ยุบหายไปได้

ในวันทำบุญบ้านของคุณแม่บุญเรือน เรือนของท่านยกใต้ถุนสูงแบบโบราณ ก็มีลูกศิษย์มามากมาย แต่ขึ้นเรือนท่านไม่ได้ เนื่องจากมีน้ำท่วมพื้นทางที่จะขึ้นบันได คุณแม่บุญเรือนท่านยืนอยู่ข้างบนแล้วชี้นิ้วไปที่น้ำ น้ำค่อยๆ วนแล้วยุบหายไปในพื้นดินต่อหน้าต่อตา...

คุณแม่ฯ อธิษฐานขอลมให้พัด

ในขณะทำพิธีอยู่ในเรือนของท่าน อากาศร้อนอบอ้าว ท่านชี้นิ้วขึ้นไปในอากาศ แล้วกล่าวว่า "ลมไปไหนหมดเจ้าค่ะ ขอให้พัดมาหน่อย" ทันใดนั้นลมก็พัดมาทันที จนกระดิ่งที่แขวนอยู่รอบๆ ศาลาดังระงมไปหมด คุณแม่พูดต่อไปอีกว่า "ขอแรงกว่านี้อีกค่ะ" คราวนี้ลมก็พัดแรงขึ้นอีกมากจริงๆ ...

คุณแม่ฯ ย่นทางได้

ครั้งหนึ่งคุณย่าของผมปวารณาที่จะขับรถไปส่งท่านที่เขาวงพระจันทร์ (ถ้าจำไม่ผิดนะครับ) ปรากฏว่าพอถึงเวลาไปรับท่าน ท่านยังติดแขกอยู่อีกสาม-สี่คน ท่านก็บอกให้ขับล่วงหน้าไปก่อน คุณย่าผมก็ขับรถไปเรื่อยๆ ไม่ได้จอดที่ไหนเลย แต่พอไปถึงที่หมาย ปรากฎว่าเห็นคุณแม่บุญเรือนมาอยู่ก่อนแล้ว และกำลังทำพิธีให้กับลูกศิษย์อยู่ และพอสอบถามกับคนที่นั่นก็ได้ความว่า คุณแม่บุญเรือนมาถึงร่วมๆ ชั่วโมงแล้ว และไม่เห็นว่าใครมาส่งท่านด้วย...

คุณแม่อธิษฐานยา

ครั้งนั้นคุณพ่อของผมเป็นพระหนุ่ม แต่ก็พบว่าที่ปอดมีจุดในฟิลม์เอ็กซ์เรย์ ก็มาหาคุณแม่ (คุณแม่ห้ามลูกศิษย์ใช้คำว่า ขอให้ท่านรักษา เพราะท่านจะพูดว่า "ฉันไม่ใช่หมอ" ต้องพูดว่า ขอให้ท่านช่วยสงเคราะห์) พอคุณพ่อเดินขึ้นเรือนท่าน ท่านก็เข้ามากราบแล้วก็ไปนั่ง ยังไม่ทันได้พูดอะไร ท่านหันไปหยิบปูนที่ใช้กินกับหมากส่งมาให้ แล้วชี้มาที่อกของคุณพ่อบอกว่า ให้เอาปูนนี้ไปทาที่อก ....

อีกสัปดาห์ต่อมา ก็ปรากฏว่ามีเม็ดดำๆ คล้ายๆ หัวข้าวสารโผล่ออกมาจากอกคุณพ่อสามเม็ด ก็ใช้มือดึงออกมาทั้งสามเม็ดและไม่เกิดแผลอะไรเลย พอไปเอ็กซ์เรย์ดูอีกที จุดดำที่ปอดของคุณพ่อก็หายไปแล้ว

นี่เป็นเกร็ดเล็กน้อยที่ผมขอนำมาเล่าเสริม (ซึ่งจริงๆ มีอีกหลายเรื่องครับ) และเพื่อยกย่องสรรเสริญคุณแม่บุญเรือน ซึ่งแม้ท่านจะเป็นผู้หญิงแต่ท่านก็ปฏิบัติได้จริง และสะท้อนให้เห็นว่า คุณธรรมหรือการปฏิบัติธรรมนั้น ไม่แบ่งเพศและวัย ผู้ที่ทำจริง ปฏิบัติจริงก็ได้ผลจริงอย่างแน่นอน

ความคิดเห็นโดย ปาริสัชชา 25-07-2005

ผมขอโพสเรื่องของคุณแม่บุญเรือนต่ออีกนิดนะครับว่า จากคุณธรรมที่ประจักษ์ชัดว่าคุณแม่เป็นผู้มีอภิญญาจริง แต่คุณธรรมขั้นสูงกว่านั้นจนถึงขั้นบรรลุธรรมนั้นขั้นไหน

หลังจากที่คุณแม่บุญเรือนละสังขารไปแล้ว ในงานฌาปนกิจศพท่าน มีลูกศิษย์ท่านหนึ่งไปถามท่านเจ้าคุณ (จำชื่อไม่ได้) ว่า

"คุณแม่ท่านไปอยู่ไหนครับท่าน"

ท่านเจ้าคุณท่านนี้เป็นผู้มีญาณ ท่านตอบกลับไปว่า "อยู่สุทธาวาสพรหมโลก"

นั่นก็หมายความว่า คุณแม่ท่านต้องเป็นพระอนาคามีแน่ ซึ่งอีกสิบกว่าปีต่อมาอัฐิของคุณแม่บุญเรือนที่คุณพ่อของผมเก็บเอาไว้นั้นได้กลายเป็น "พระธาตุ" มีวรรณะเป็นเมล็ดกลมๆ เล็กๆ หลายสี ซึ่งคุณพ่อผมก็นำมาบรรจุไว้ในหลอดตะกรุดทองแล้วเลี่ยมพลาสติกซึ่งด้านหน้าจะเป็นรูปของคุณแม่

เป็นอันว่าคุณธรรมของท่านแม่บุญเรือน อย่างน้อยก็เป็นพระอนาคามี และเข้าใจว่าบัดนี้ท่านคงเข้านิพพานไปแล้วครับ.....

เรื่องนี้ผมจึงขอนำมาเล่าเสริมจากเรื่องอภิญญาจิตของท่านซึ่งยังมีรายละเอียดมากกว่านี้ แต่ผมคงงดไว้ก่อนเพราะว่า ผู้ที่ได้อภิญญานั้นจะทำสิ่งใดก็ย่อมอยู่ในวิสัยที่จะทำได้ทั้งนั้น หากเล่าลงในรายละเอียดมากไปผู้ฟังดูก็จะรู้สึกเฝือเสียเปล่าๆ ดังนั้นผมจึงขอนำเรื่องของท่านมาสรุปสุดท้ายในเรื่องมรรคผลของท่าน และเพื่อเป็นการเจริญศรัทธากับผู้อ่านและเป็นการสรรเสริญคุณของท่านแม่ด้วยครับ