#echo banner="" เตือนจิตสะกิดใจ1 : คิดผิด ทำผิด

คลิกเมาส์ที่ใดก็ได้ในเฟรมนี้เพื่อเรียกเมนูด่วน

เตือนจิตสะกิดใจ1 : คิดผิด ทำผิด
จากหนังสือชุดอิสรภาพแห่งชีวิต
เรื่อง
สำหรับ
…..ผู้เห็นความคิด
โดย บุรัญชัย จงกลนี)

โพสท์ในลานธรรมเสวนา กระทู้ที่ 004510 - โดยคุณ : ลูกเต่า [ 4 มี.ค. 2545]

เนื้อความ :

คิดผิด ทำผิด

คำพูดคำสอนของหลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ ปรากฏอยู่ในหนังสือหลายเล่ม ที่ถอดจากเทปที่ท่านเทศน์สอนไว้ มีเนื้อหาที่น่าสนใจ ลัด สั้น ตัดตรง แลสำหรับเตือนจิตสะกิดใจนักปฏิบัติทั้งหลายได้ดี ในบางเรื่องบางตอนดังนี้

“ ในเมืองไทยเรานี่แหละ มีทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์อันเป็นที่ยอมรับนับถืออย่างกว้างขวางทั่วไปว่าเป็นบรรพชิตที่ดีมีความรู้ แต่กลับทำให้คนหลงผิด คิดผิด ทำผิด มีเป็นจำนวนมาก แต่มีคนที่ช่วยให้คนเรากลับคืนมาเป็นคนที่มีสติปัญญานั้นมีน้อย”   (จากหนังสือ : นิพพานมีคุณค่า : หน้า 13)

 “ คนที่สอนแบบนั้น ไม่ใช่คนไม่รู้นะ เป็นคนที่มีความรู้เป็นคนมีปัญญาพอสมควร เป็นคนที่เรียกได้ว่าเป็นผู้ที่มีคนเคารพนับถือมากนั่นแหละ แต่เมื่อเราคิดถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าจริงๆแล้ว บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละทำลายคำสอนของพระพุทธเจ้าโดยไม่รู้ตัว” (จากหนังสือ : นิพพานมีคุณค่า : หน้า 15)

พระพุทธเจ้าตรัสสอนเอาไว้ว่า  :     “ ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อการเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ธรรมเหล่านั้นไม่เป็นคำสอนของพระองค์ธรรมเหล่าใดไม่เป็นไปเพื่อการเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น นั่นแหละเป็นธรรม นั่นแหละเป็นวินัย เป็นคำสอนของพระองค์”

“หลวงพ่อจะพูดเฉพาะถึงเรื่องการปฏิบัติของหลวงพ่อเองไม่ได้พูดเกี่ยวกับการปฏิบัติของผู้อื่น หลวงพ่อเคยไปนั่งหลับตาภาวนา เจ็บเอว ปวดมึนไปหมด ก็ไม่ยอมพลิก ไม่ยอมเปลี่ยน นั่งทรมานอยู่อย่างนั้นแหละ ดูว่ามันเจ็บตรงไหน เพราะไม่เข้าใจ ก็ดูอยู่นั่นแหละ มันเป็นการทรมานตัวเอง เบียดเบียนตัวเอง แต่หลวงพ่อก็ยังทำ เพราะหลวงพ่อไม่เข้าใจ พระพุทธองค์สอนไว้ทุกแง่ทุกมุม “ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อการไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น นั่นแหละเป็นธรรมวินัย เป็นคำสอนของเราตถาคต ควรศึกษาและปฏิบัติ” ท่านสอนอย่างนั้น แต่หลวงพ่อไม่เข้าใจ เมื่อไม่เข้าใจก็ทำไปตามที่ครูอาจารย์สอน” (จากหนังสือ : หงายของคว่ำ : หน้า 16)

“ การนึกการคิด การอิจฉาพยาบาท ถือเนื้อถือตัว นั่นแหละเป็นการเบียดเบียนตนเอง นั่นแหละเป็นการเบียดเบียนผู้อื่น คิดอยู่ไม่หยุดไม่สร่างซา แม้กำลังทำบุญอยู่ก็ตาม ไปทอดกฐินวัดนั้นไปทำบุญวัดนี้ แต่ถ้าจิตใจยังคิดอิจฉาพยาบาท ถือเนื้อถือตัวอยู่ มันก็เป็นการเบียดเบียนตนเองและผู้อื่นอยู่นั่นแหละ เมื่อไม่ได้สมหวังไม่ได้สมดังใจ ก็คิดไม่พอใจ โกรธเกลียดกันขึ้นมาในจิตใจ นั่นแหละเบียดเบียนตน เบียดเบียนผู้อื่น เพราะจิตใจยังไม่เป็นปกติ” (จากหนังสือ : หงายของคว่ำ : หน้า 16-17)

สิ่งที่หลวงพ่อจะพูดนี้ เป็นสิ่งที่หลวงพ่อรู้และทำได้ สามารถรับรองตนเองและกล้ายืนยันผลการปฏิบัติได้     การประพฤติปฏิบัติตามที่หลวงพ่อพูดนี้ จะรับศีลก็ได้ ไม่รับศีลก็ได้ ทำทานก็ได้ ไม่ทำทานก็ได้ ทำกรรมฐานก็ได้ ไม่ทำกรรมฐานก็ได้ มันไม่เกี่ยวข้องอะไรทั้งหมด มันเกี่ยวข้องกับความรู้สึกตัวเท่านั้น  (จากหนังสือ : ความรู้สึกตัว : หน้า 84)

ความรู้สึกตัวนี้ ทำให้คนพ้นทุกข์ได้จริงๆพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ต้องทำความรู้สึกตัว ถ้าไม่ทำความรู้สึกตัวแล้วเป็นพระอริยะบุคคลไม่ได้ แต่การพูดการสอนคนให้ทำความรู้สึกตัวนี้ยากเหมือนเข็นครกขึ้นภูเขา ส่วนการสอนให้คนนั่งทำความสงบนั้นง่ายเหมือนกลิ้งครกลงภูเขา ดังนั้น เมื่อคนไม่เข้าใจ จึงมักไปสร้างความสงบขึ้นมา ความจริงความสงบมันมีอยู่แล้วตามธรรมชาติ เช่น เรานั่งอยู่ตอนนี้ไม่คิดอะไรคือเฉย ๆ อยู่ ลักษณะนี้แหละสงบ ใครพูดอะไรก็ได้ยินและรู้เรื่อง ตามองก็เห็นอยู่นี่เรียกว่าสงบ หน้าที่ของตา คือ สามารถมองเห็น เราก็ให้มันทำตามหน้าที่ของมัน อย่าไปฝืนมัน ถ้าไปฝืนธรรมชาติของมันมันก็ไม่สงบแล้ว

การทำสมถะกรรมฐานเป็นความสงบเหมือนกับอยู่ในถ้ำเราเข้าไปในถ้ำจุดไฟขึ้น เราคิดว่าความมืดหายไป ความจริงความมืดยังอยู่ในตัวเรานั่นเอง ไม่ได้หายไปไหน เอาไฟไปข้างหน้า มันมืดข้างหลัง เอาไฟไปข้างซ้าย มันมืดข้างขวา ความสงบแบบนี้เป็นความสงบแบบไม่รู้ เรียกว่า สมถะกรรมฐาน ส่วนสงบแบบวิปัสสนากรรมฐาน มันเหมือนที่เราออกจากถ้ำ ไม่ต้องใช้ไฟ อยู่ในที่แจ้ง ความมืดไม่มี (จากหนังสือ : นิพพานมีคุณค่า : หน้า 21)

วิธีปฏิบัติให้ทำง่ายๆ อย่าไปทำของง่ายให้เป็นของยากและเกิดความไม่สะดวกขึ้นมา แต่ต้องเพียรทำให้ต่อเนื่องกัน เหมือนดั่งลูกโซ่หรือนาฬิกาที่หมุนตลอดเวลา ให้ทำมาก ๆ ยืน เดิน นั่ง นอน ไปไหนมาไหน ทำได้ทั้งนั้น โดยให้ทำความรู้สึกตัวอยู่กับการเคลื่อนไหวของร่างกายตลอดเวลา และเมื่อมันคิด ให้รู้เฉย ๆ รู้แล้วทิ้งเลยอย่าไปตามความคิด ทิ้งคิดแล้วกับมาอยู่กับความรู้สึกตัวที่ร่างกายเหมือนเดิม เมื่อความรู้สึกตัวทำงานของมันสมบูรณ์เต็มที่แล้ว มันจะเข้าธรรมชาติดั้งเดิมที่มีอยู่ในคนทุก ๆ คนแล้ว นั่นคือ  “ ความไม่มีทุกข์ “

จากคุณ : ลูกเต่า [ 4 มี.ค. 2545] 

 

ความคิดเห็นที่ 3 : (Nothing)

ผมเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อเทียนทางหนังสือธรรมของท่าน  เล่มแรกที่ผมอ่านผมจำไม่ได้ว่าชื่ออะไร  เป็นเล่มเล็ก ๆ  ซึ่งท่านเคยเปรียบเทียบว่า จิตหรือความคิดเหมือนหนู  สติเหมือนแมว  และท่านบอกว่าถ้าคนฉลาดหน่อย ปฏิบัติธรรมอย่างจริง ๆ จัง ๆ รู้ธรรมได้ภายใน 7 วัน หรือ 3 เดือน  หรือ 1 ปี ผมอยากอ่านหนังสือเล่มนั้นอีก  เพราะเล่มของผมไม่รู้อยู่ไหน เพราะผมอ่านนานมากแล้ว  คุณลูกเต่าทราบไหมว่าหนังสื่อเล่มนี้ชื่ออย่างไรครับ และยังมีขายอยู่หรือไม่   ผมชอบการฝึกสติเหมือนหลวงพ่อท่านสอนครับ

จากคุณ : Nothing [ 4 มี.ค. 2545] 

 

ความคิดเห็นที่ 8 : (ลูกเต่า)

คุณ nothing ครับ

หนังสือและเทปของท่านมีหลายเล่มหลายม้วนมากครับ ที่กล่าวข้อความที่คุณว่านี้ครับ ผมเองทีแรกที่ฟังที่อ่านก็ได้แต่รู้จำล่ะครับ แต่เมื่อได้ปฏิบัติตามที่ท่านสอนไว้จึงได้เข้าใจ (เล็กๆ) ในภายหลัง ( ซึ่งเป็นธรรมอันเดียวกับที่หลวงพ่อปราโมทย์+พี่สุรวัฒน์ได้เคยแนะนำผมไว้เมื่อคราวได้มีโอกาสไปกราบท่าน ซึ่งก็ได้แต่จำไว้แล้วมาซาบซึ้งเอาภายหลังเช่นเดียวกัน) รบกวนให้คุณ nothing ติดต่อไปยังสถานที่ต่อไปนี้ ที่มีหนังสือท่านแทบทุกเล่ม (ขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ที่รับสายได้เลยครับ)

1. วัดสนามใน       02 - 883 - 7251

2. มูลนิธิหลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ   (02) 429 - 2119

3  ร้าน เบิกม่าน คุณปรีชา (ผู้จัดอบรมภาวนาที่พุทธมณฑล ที่ที่ผมรู้จักความเป็นหลวงพ่อเทียนที่แท้จริงครับ) (02) 889 - 2919

อยากจะบอกว่าไม่ว่าฟังหรืออ่านเท่าไรก็ไม่รู้จริงได้ครับ จนกว่าจะผ่านกระบวนการทำความรู้สึกตัวเป็นรูปแบบไปก่อน (เฉพาะกรณีของผมเองครับ) จนมัน “ เต็ม “คล่องแคล่วสามารถทำในชีวิตประจำวันได้เป็นอัตโนมัติจึงจะซาบซึ้งได้ ระวังเหมือนผมที่อ่านมากจนคิดเองไปก่อนล่วงหน้ากว่าจะรู้สึกตัวก็เสียเวลาครับ

กะว่าจะมี “ เตือนจิตสะกิดใจ 2  :  ชั่วอึดใจเดียว “ เป็นปุจฉา วิสัชนาของท่านกับศิษย์น่าสนใจมากครับ กำลังพิมพ์อยู่โปรดติดตามภาคต่อไป ท่านผู้ชม

จากคุณ : ลูกเต่า [ 5 มี.ค. 2545] 

 

ความคิดเห็นที่ 14 : (ผ่านมาเจอ)

เคยทำและขอยืนยันว่าเป็นวิธีที่ดีมาก เพราะการมีสติรู้เท่าทันตัวเองนั้นสามารถควบคุมอารมณ์ทุกอย่างให้อยู่ในขอบเขตได้  ลองทำดูจะพบความกระจ่างของจิต  และเป็นอุบายที่แยบยลดีมาก

จากคุณ : ผ่านมาเจอ [ 9 มี.ค. 2545] 

 

ความคิดเห็นที่ 15 : (000000000000)

แนวทางของหลวงพ่อเทียน เท่าที่เคยไปร่วมงานระดมธรรมหลายครั้งได้ยิน ได้ฟังครูบาอาจารย์สายนี้แสดงธรรม มีความกล้าหาญ มั่นใจในการเทศนามาก พูดออกมาจากประสบการณ์จริง ๆ ไม่อิงตำรา น่าฟัง ฟังตอนแรก ๆ จะเกิดความสงสัยมากว่าวิธีการอย่างนี้จะสามารถทำให้หมดทุกข์ได้จริง ๆ หรือ  หลวงพ่อเทียนท่านอ่านหนังสือไทยไม่ออก คำสอนบางอย่างท่านตีความเอาตามที่ท่านเข้าใจจากประสบการณ์ของท่าน

หลวงพ่อเทียนมีความแปลกอย่างหนึ่งกับครูบาอาจารย์องค์อื่น ๆ ท่านอื่นบวชเข้ามาศึกษาฝึกปฏิบัติรู้แจ้ง แล้วค่อยสอนคนอื่น แต่หลวงพ่อเทียนท่านรู้แจ้งตั้งแต่เป็นฆราวาส บวชมาเพื่อเผยแพร่ธรรมโดยตรง ท่านเคยกล่าวกับลูกศิษย์ลูกหาว่า เมื่อท่านเผยแพร่ในรูปพระแบบเถรวาทจนพอใจแล้ว ท่าจะสึกไปบวชนิกายอื่นเพื่อให้คำสอนของท่านได้เผยแพร่อย่างกว้างขวางเป็นประโยชน์กับคนทั้งโลก

จากคุณ : 000000000000 [ 12 มี.ค. 2545]

 จบกระทู้บริบูรณ์