คลิกเมาส์ที่ใดก็ได้ในเฟรมนี้เพื่อเรียกเมนูด่วน

ให้เป็นบัณฑิตจริง ๆ
หลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ
![]()
โพสท์ในลานธรรมเสวนา กระทู้ที่ 005778 โดยคุณ : สนใจ [ 16 ก.ค. 2545 ]
เนื้อความ :
การสนทนาธรรมระหว่างหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ กับบุคคลคณะหนึ่ง จำนวน 16 คน เมื่อวันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม 2528
|
หลวงพ่อ |
หลวงพ่อได้รับคำเชิญชวนหรือเรียกนิมนต์ก็ได้ว่าพวกเราจะพากันมาฟังการบรรยายธรรมะ คุณ..ทำงานอยู่ที่กระทรวงการต่างประเทศ คุณทำงานอะไร? (หลวงพ่อถามคนอื่น ๆ ) |
|
ผู้ฟัง |
ที่เดียวกันครับ มีมาจากหลายฝ่ายหลายกองครับผม และมีที่ทำงานที่ธนาคารมาวันนี้ด้วยอีกคนครับผม |
|
หลวงพ่อ |
ดี ที่พวกเราได้มีความสนใจกันเรื่องนี้ หลวงพ่อไม่รู้ภาษากลาง เพราะหลวงพ่อเป็นคนอีสาน จังหวัดเลย พูดภาษากลางก็ไม่ค่อยเป็น เพราะหลวงพ่อไม่ได้เรียนหนังสือหลวงพ่อก็เคยพูดให้คุณ..ฟังแล้ว ไม่เคยเรียนหนังสือ ไม่เคยเข้าโรงเรียน เพราะสมัยหลวงพ่อเป็นเด็กนั้นไม่มีโรงเรียน ก็เลยไม่ได้เข้าโรงเรียน เรียนหนังสือไม่เป็น เพิ่งจะมาหัดพูด |
|
|
ส่วนเรื่องศาสนานั้น หลวงพ่อก็เคยนับถือมานาน แต่หลวงพ่อก็ไม่เข้าใจ เข้าใจน้อย ๆ เรื่องการทำสมาธิก็เช่นเดียวกัน หลวงพ่อเข้าใจน้อย ๆ ต่อมา หลวงพ่อมามีความคิดว่า เอ! พุทธศาสนานี้สอนให้คนทำอะไร? เพื่ออะไร? ทำไม? หลวงพ่อเข้าใจว่าเกิดมาแล้วเป็นคนไทยแล้วมีพุทธศาสนาแต่เฉพาะคนไทย หลวงพ่อเข้าใจอย่างนั้น แต่ความจริงแล้ว พระพุทธเจ้าสอนเหมือนกันกับทุกศาสนาสอน แต่พระพุทธเจ้ายังสอนเหนือไปกว่าที่ทุกศาสนาสอน ฟังเข้าใจไหม? |
|
ผู้ฟัง |
ครับ |
|
หลวงพ่อ |
"เหมือนกันกับทุกศาสนาสอน แต่เหนือกว่าทุกศาสนาสอน" หมายความว่าอย่างไร? ถ้าเข้าใจ ขอถาม? ถ้าไม่เข้าใจหลวงพ่อจะอธิบายให้ฟัง |
|
ผู้ฟัง |
เข้าใจว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ค่ะ |
|
หลวงพ่อ |
ถูกแล้ว อันนั้นมันเป็นคำพูดของคนพูด ไม่ใช่ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ไม่ใช่อย่างนั้น. อันนี้, เป็นคำกล่าวคำเตือนนะ, "ทำดีมันดี ทำชั่วมันชั่ว". ทำดี จะได้ดี ไม่ได้ดีนั้น,"ทำดีมันเฉย ๆ ทำชั่วมันเฉย ๆ ". บางทีเขาทำชั่วไปปล้นกันมา แต่เขาก็ได้เงิน.อย่างนี้เข้าใจไหมหนู. |
|
ผู้ฟัง |
เข้าใจค่ะ. |
|
หลวงพ่อ |
เข้าใจนะ. นี่ ทำชั่วหรือทำดี ไปปล้นเขามาแล้วได้เงิน |
|
ผู้ฟัง |
ทำชั่วครับ. |
|
หลวงพ่อ |
เออ..แต่เขาได้เงิน, เอาเงินเป็นใหญ่ เขาก็ว่ามันดี. |
|
ผู้ฟัง |
แต่มันก็เป็นบาปติดตัวนี่คะ. |
|
หลวงพ่อ |
นั่นสิ เป็นบาป. นั่นมันชั่ว. ก่อนที่จะทำชั่วนั้นมันไม่รู้จักคือ มันไม่รู้จักตัวมันเอง, คนเราเป็นเสียอย่างนี้. พุทธศาสนาสอนนั้นไม่ได้สอนอย่างที่เราคิด, คือสอนทำดี:"ทำดีเพื่อดี ทำไม?" ว่างั้น; ทำดีเพื่อตัวเรา ทำดีเพื่อพรรคพวกเราทำดีเพื่อสังคม ทำดีเพื่อพระพุทธเจ้า, เข้าใจไหม. แต่ทุกศาสนาสอน "ทำเอา" ทำเอาให้ได้ไป เป็นอย่างนั้น ให้ได้ไปเป็นอย่างนี้, อันนั้นเป็นคำพูด ซึ่งพระพุทธเจ้าก็อาจตรัสสอนเข้ากันกับอันนี้ก็ได้, แต่ความจริงแล้วพระพุทธเจ้าไม่ได้สอนแบบนั้น. พระองค์สอนให้ทุกคนรู้จักหน้าที่การงาน ถ้าเราไม่รู้จักหน้าที่การงานเสียแล้วเราจะเป็นทุกข์, เป็นทุกข์เพราะว่าเราต้องการสิ่งนั้นสิ่ง ๆ ที่เราต้องการ. ดังนั้น พระพุทธเจ้าจึงสอนว่าให้ "ทำงานตามหน้าที่" เพราะว่าเราเกิดเป็นคนแล้วนี่นะ ต้องให้รู้จักว่าเราเกิดเป็นคน, ไม่ใช่เป็นเปรต ไม่ใช่เป็นอสุรกาย ไม่ใช่เป็นสัตว์นรก, แต่เป็นคน. เป็นคนนี้เขาเรียกว่า " มนุสภูโต " มนุษย์ที่ใหญ่ยิ่งที่สุด. เคยพูดกันไหมอย่างนี้. |
|
ผู้ฟัง |
ไม่เคยครับผม/ค่ะ. |
|
หลวงพ่อ |
อ้อ. หนูอายุกี่ปีแล้ว.(หลวงพ่อถามเป็นรายคน ซึ่งคำตอบที่ได้คือ 25 47ปี) อ้อ. นี่แหละพวกเรา คำที่ดี ๆ เราไม่เคย ๆ ได้ยินกันเลย มนุษย์นี้มีพร้อมแล้ว ทุกอย่าง. ทำให้เป็นคนก็ได้ ทำให้เป็นมนุษย์ก็ได้ ทำให้เป็นเทวดาก็ได้ ทำให้เป็นพระอินทร์ก็ได้ ทำให้เป็นพระพรหมก็ได้, ที่สุด ทำให้เป็นพระอริยบุคคลก็ได้, จึงว่าเป็น "หน้าที่ของคน". ถ้าหากไม่รู้จักหน้าที่ของเราแล้ว มันจะทำหน้าที่ของคนไปเป็นสัตว์เดียรฉาน ไปเป็นเปรต ไปเป็นอสุรกาย ไปเป็นสัตว์นรก สัตว์นรกอยู่ที่ไหน ตายแล้วจึงจะไปตกนรกใช่ไหม? |
|
ผู้ฟัง |
ยังไม่ตายก็เป็นได้ค่ะ. |
|
หลวงพ่อ |
เออนี่ ให้เขาใจอย่างนี้,ยังไม่ตายก็เป็นได้ มันอยู่ที่เรา. สวรรค์ ทีนี้, ตายแล้วจึงจะไปสวรรค์ใช่ไหม? |
|
ผู้ฟัง |
ไม่จำเป็นค่ะ ยังไม่ตายก็เป็นสวรรค์ได้ อยู่ที่ต้องทำ. |
|
หลวงพ่อ |
ต้องทำ. ต้องเอาสวรรค์เดี๋ยวนี้นะ หน้าที่ของสวรรค์เป็นหน้าที่ของใคร? เป็นหน้าที่ของมนุษย์ทุกคนนี้เอง. หน้าที่ของสัตว์ ก็คือ หน้าที่ของบุคคลผู้ไม่รู้ธรรมะนั่นเอง, มันเป็นสัตว์มันจึงไม่รู้ธรรมะ มันจึงไม่รู้ตัวเอง, เมื่อมันไม่รู้ตัวเองแล้วมันก็เลยทำหน้าที่ของตัวเองไม่ถูกต้อง. " ให้เรารู้จักหน้าที่ของเรา" ที่หลวงพ่อพูดนี้ หลวงพ่อไม่ได้พูดถึงเรื่องอะไรอื่น เพราะว่าศาสนาทุกศาสนาสอนให้คนละชั่ว ทำดี, ทำดีแล้วก็จะได้ดี เขาว่าอย่างนั้น. พุทธศาสนาก็สอนให้คนทำดีเหมือนกัน, แต่ว่าทำดีเพื่อบูชา ไม่ใช่เอาดี "เอาดี" ทำดีเพื่อดี. ฟังถูกไหมที่ว่าทำดีเพื่อดีนี่ เข้าใจไหม? |
|
ผู้ฟัง |
คือ, ไม่ต้องหวังว่าจะได้ดี? |
|
หลวงพ่อ |
เออ...ไม่ต้องหวังหรอก, ทำดีเพื่อดี. เพื่อดีทำไม ว่างั้น; เพื่อตัวเราบ้าง เพื่อเพื่อนเราบ้าง เพื่อสังคมมนุษย์เราบ้าง, เพื่อเทวดาบ้าง เพื่อพระอินทร์บ้าง เพื่อพระพุทธเจ้าบ้าง. "ทำดีเพื่อดี ทำไมว่าอย่างนั้นหลวงพ่อ" ก็เพราะว่าคนนี้เองที่ว่าเป็นอะไรต่ออะไร, เป็นพระอริยบุคคลก็คนนี้เอง. เราเคยได้ยินไหม "พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ เคารพพระธรรม" |
|
ผู้ฟัง |
เคยครับ |
|
หลวงพ่อ |
เคารพพระธรรม เคารพที่ตรงไหน? |
|
ผู้ฟัง |
ความดีค่ะ |
|
หลวงพ่อ |
เคารพงานเรา. พระธรรมนั้นคืองานนั้นเอง, คือตัวเรานี้เองเป็นพระธรรม. จึงว่า "เคารพงานเรา". เราพอใจงานนี้เราต้องทำ, ถ้าเราไม่พอใจทำงานนี้ มันจะเหนื่อยขึ้นมาทันที, มันจะเหนื่อยมันจะไม่เคารพงานเลย. จึงว่า พระพุทธเจ้าทุกพระองค์เคารพพระธรรม. พระธรรมคือตัวเรานี้, "งาน" มันก็เป็นธรรมชาติอยู่แล้ว มันต้องเป็นพระธรรม. จึงว่า คนจะต้องศึกษาให้รู้ ดังนั้น คนที่เดือดร้อนนั้นก็เพราะคนนั้นไม่รู้จักพระธรรม ไม่เคารพพระธรรม ที่ไม่รู้จักพระธรรม ที่ไม่เคารพพระธรรม คืออะไร? เข้าใจว่าคือ อะไร? |
|
ผู้ฟัง |
คือไม่รู้จักหน้าที่. |
|
หลวงพ่อ |
ไม่รู้จักหน้าที่ใคร? |
|
ผู้ฟัง |
คือตัวเราเอง |
|
หลวงพ่อ |
อ้อ ถูกแล้ว. แต่ทีนี้, อันนี้ พูดไปตามเรื่องตามภาษาที่จะมาแนะนำกันนะ. ถ้าไม่รู้จักหน้าที่ก็แปลว่า "ผี" ผีมันไม่รู้จักหน้าที่เลย เปรตมันก็ไม่รู้จักหน้าที่ อสุรกายมันก็ไม่รู้จักหน้าที่เลย, เพราะมันไม่ใช่คนนี่นา. แต่หน้าตาหน้าแข้งขามือเท้ามันก็เป็นคน แต่จิตใจมันอาจเป็นสัตว์เดรัจฉานก็ได้. ที่นำมาพูดให้ฟังวันนี้, เพราะว่าเวลาเรามันน้อย จึงพูดแต่ความจริงให้ฟัง, แล้วจะได้ไปพยายามทำหน้าที่ของเราให้ถูกต้อง ในการทำงานทำงานทุกประเภทนี่. หลวงพ่อพูดไปแล้วว่าหลวงพ่อไม่ได้เรียนหนังสือ, หนูเรียนจบชั้นไหน? (หลวงพ่อท่านถามเป็นรายคน คำตอบที่ผู้ฟังตอบโดยสรุปคือ เรียนจบพาณิชย์บ้าง จบปริญญาตรีและโทบ้าง) หลวงพ่อไม่ได้รู้เรื่องปริญญา, ปริญญานี่หมายถึงอะไร (ท่านถามเป็นรายตัวไปหลายคน). เอ้าตอบตามความเห็น. (ผู้ฟังตอบ) อ้อ. ถูกทุกคนนะ. อันนี้ เราไม่ตำหนิกันนะ เพราะความเห็นของคนมันไม่เหมือนกัน, นานาจิตตัง. ปริญญานี้เขาหมายถึงบัณฑิต ผู้มีความรู้ เรียกว่านักปราชญ์ชั้นปัญญา. ปริญญานี้ก็เรียกว่าเป็นชั้นปัญญา ไม่ใช่ชั้นประถม 1 ประถม 2 ประถม 3 นี้, แต่ว่า "อันนั้น" เขาอาจรู้ก็ได้นะ, เขาอาจรู้ก็ได้แต่เขาไม่ได้มีภูมิความรู้. อย่างที่หลวงพ่อพูดนี้ หลวงพ่อไม่ได้เรียน แต่หลวงพ่ออาจมีภูมิความรู้อันนี้, นี่ไม่ใช่ยกย่องนะหรือว่าโอ้อวดดี, ไม่ใช่อย่างนั้น (หัวเราะ) |
|
ผู้ฟัง |
ครับ |
|
หลวงพ่อ |
แต่มีดีแล้วเอามาเล่าสู่ฟัง. คนอวดดีกับคนมีดีพูด มันไม่เหมือนกัน.คนอวดดีนี่ พูดเฉย ๆ ไม่รู้แต่พูดได้, เพราะมันเรียนตามหลักวิชา แล้วก็พูดได้แต่ไม่รู้อย่างนั้น. พระไตรปิฎกที่ปู่ย่าตายายเราเคยเอามาสอนกันเรื่องธรรมะ,อย่างที่นักธรรมตรีนักธรรมโทนักธรรมเอก และมหาเปรียญ สองสามถึงเก้าเรียนก็เรียกว่าบัณฑิต แต่ว่าเป็น "บัณฑิตในตำรา" ไม่ใช่ "บัณฑิตในตัว", ถ้าหากเป็นบัณฑิตในตัวมาแล้ว ดูสิ่งที่หลวงพ่อจะพูดนี้. เคยโกรธไหม? |
|
ผู้ฟัง |
เคยครับ |
|
หลวงพ่อ |
ถาม, หนูโกรธไหม? |
|
ผู้ฟัง |
โกรธบ่อยค่ะ. |
|
หลวงพ่อ |
โกรธแล้วมันดีหรือไม่ดี? |
|
ผู้ฟัง |
ไม่ดีครับ |
|
หลวงพ่อ |
ไม่ดี โอ๊ะ! (หัวเราะ) |
|
ผู้ฟัง |
แต่อดไม่ได้ค่ะ. |
|
หลวงพ่อ |
อ้อ. นั่นแหล่ะ แปลว่า เราลืมตัว. ที่พูดกันฟังนี้ คือพูดสู่กันฟังนะ."ความจริง โกรธไม่มี", แน้ะ! ทำไมหลวงพ่อพูดว่าอย่างนั้น, ก็ว่า พูดความจริงสู่ฟัง. "สัจจะ" แปลว่า ของจริง เข้าใจไหม หรือยังไม่เข้าใจ. |
|
ผู้ฟัง |
ยังค่ะ |
|
หลวงพ่อ |
โกรธไม่มี. มีหรือหนู มีหรือ? ขอให้พูดตามตรง คือว่า พูดด้วยความจริงใจ, แล้วจะได้แนะนำวิธีกัน. มีโกรธไหม? |
|
ผู้ฟัง |
มีค่ะ |
|
หลวงพ่อ |
อยู่ที่ไหน? |
|
ผู้ฟัง |
อยู่ที่ใจค่ะ |
|
หลวงพ่อ |
เอ้าโกรธ, ให้มันโกรธขึ้นมาดูซิ เดี๋ยวนี้. |
|
ผู้ฟัง |
(หัวเราะ) ก็ยังไม่มีอะไรทำให้โกรธค่ะ. |
|
หลวงพ่อ |
(หัวเราะ) ไม่มี. แสดงว่า โกรธนั้นมันไม่มีอยู่ในเรา,เข้าใจไหม ที่หลวงพ่อพูดนี่. |
|
ผู้ฟัง (อีกคน) |
ยังไม่ค่อยกระจ่างครับ |
|
หลวงพ่อ |
คือ, แสดงว่า คนไม่มีโกรธ, มันไม่มีโกรธเลย. ในขณะทีมันโกรธนั้นเราลืมตัวเรา, แสดงว่าเรานั้นไม่ได้มีปริญญา พูดอย่างนี้ไม่ได้ดูถูกนะ. คือปริญญานี้เขาหมายถึง ผู้มีปัญญา, หมายถึง บัณฑิต, เป็น วุฒิปัญญาพอสมควรที่มันโกรธนั้น แปลว่า เราไม่มีปัญญาแล้ว เราไม่มีปริญญาแล้ว เราลืมแล้ว,เอาไปทิ้งไว้ที่ไหนไม่รู้นะปริญญานั่น. มันก็ไปติดอยู่ตามกระดาษโน่น..โอ๊ะ..(หัวเราะ) เราไม่ได้เอามาไว้ที่ตัวเราแล้ว ถ้าเรามีที่ตัวเราแล้วมันโกรธไม่ได้. ให้จำไว้ให้ดี ๆ นะว่า "ความโกรธไม่มีที่เรา". ในขณะที่มันโกรธนั้นเราลืมตัวเรา เราลืมตัวเรา ลืมดูใจเรา. |
วันนี้ก็พิมพ์เพื่อหวังให้ทุกท่านทุกคนได้อ่านได้ฟังธรรมะดี ๆ จากหลวงพ่อเทียนและคณะบุคคลลูกศิษย์ลูกหาเมื่อครั้งกระโน้น 2528 คงจะเป็นประโยชน์กับหมู่เพื่อนในที่นี้บ้างพอสมควร
ขอให้ธรรมะนี้หรือธรรมะทุกที่ได้เข้าไปสถิตอยู่ในใจทุกท่านให้มีความระลึกถึงธรรมความดีงามอยู่เสมอก็ขอให้มีความสุขทุกท่านเทอญ
จากคุณ : สนใจ [ 16 ก.ค. 2545 ]
![]()