คลิกเมาส์ที่ใดก็ได้ในเฟรมนี้เพื่อเรียกเมนูด่วน

จากสายน้ำ สู่แม่น้ำใหญ่
โพสท์ในลานธรรมเสวนา กระทู้ที่ 005737 - โดยคุณ : กนก [ 11 ก.ค. 2545 ]
พูดกับกลุ่มผู้ปฏิบัติธรรมชาวสิงคโปร์เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2525
คำว่าสอน กรรมฐาน มีหลายวิธี จะเป็นวิธีใดก็ตาม รวมเข้าไปถึงตัวจิตใจ ส่วนที่วิธีนั้น มันเป็นเพียงวิธีหรือพิธีกรรมเท่านั้น ทุกท่านอย่าไปติดพิธีกรรม เพราะตัวข้าพเจ้าได้ทำมาแล้ว ข้าพเจ้าได้ทำมาแล้ว เรื่องพิธีกรรมต่าง ๆ มันไม่เกิดปัญญา วิธีที่นำมาให้พวกเราได้ทำนั้นเป็นวิธีให้เกิดปัญญาล้วน ใครก็ทำได้ถ้ารู้จักวิธีแล้ว ต่อเมื่อเกิดปัญญาขึ้นมาจะรู้เองเห็นเอง เข้าใจเอง ดังนั้นวิธียกมือขึ้น คว่ำมือลง เป็นวิธีเกิดสติ เป็นวิธีเจริญปัญญา เมื่อได้สัดได้ส่วนสมบูรณ์แล้ว มันจะเป็นเองไม่ยกเว้นใครใคร อยู่ที่ไหนทำได้ทั้งนั้น เด็ก ๆ ก็ทำได้ ผู้ใหญ่ก็ทำได้ นุ่งผ้าสีอะไรก็ทำได้ ศาสนาลัทธิอะไรก็ทำได้ เรียกว่าของจริงก็ได้ เรียกว่าสัจจธรรมก็ได้ ของจริงคือมีกายกับใจ สัจจะก็เรียกกายกับใจ กายได้แก่วัตถุที่มองเห็นได้ด้วยตา เรียกว่ารูปก็ได้ เรียกว่ากายก็ได้ รูปกับกายเป็นของสิ่งเดียวกัน ใจที่มองไม่เห็นด้วยตา และสัมผัสไม่ได้ด้วยมือ เรียกว่านามก็ได้ เรียกว่าใจก็ได้ ทั้งสองอย่างนี้เป็นสิ่งเดียวกัน นามกับใจ
ภาษาธรรมเรียกนาม ภาษาพื้นบ้านเรียกว่า ใจ รูปเป็นภาษาธรรม กาย เป็นภาษาชาวบ้าน
เรามาสร้างสติ เจริญสติให้เกิดปัญญารู้เอง ทำของที่มีอยู่นั่นแหละให้มันเจริญขึ้น ของไม่มีเราไม่ต้องทำ ตัวอย่างที่ข้าพเจ้าได้ทำมานั้น มันทำตามครูบาอาจารย์ที่สอน ส่วนที่ข้าพเจ้านำมาเล่าสู่กันฟังมันเกิดขึ้นจากภายในจิตสำนึก เมื่อรู้จักรูป รู้จักนามแล้ว มันจะรู้ทุกอย่างแก้ทุกข์ได้ เรื่องนี้เป็นวิธีตื้น ๆ เราแก้ได้เช่นเราไม่หลงติดสมมุติ เมื่อเรารู้จักอย่างนั้นแล้ว มาเจริญสติขึ้นอีกแบบ ทำจังหวะอย่างที่ข้าพเจ้าแนะนำ ทำให้มันไว ทำให้มันเร็วขึ้น เพราะความคิดมันเร็วที่สุด มันไวยิ่งว่าแสงไฟฟ้า เมื่อมีสติปัญญามากขึ้น สามารถรู้เห็นเข้าใจ เรื่องความโกรธ ความโลภ ความหลงได้ เมื่อเรารู้และทำความเข้าใจ ความโกรธ ความโลภ ความหลง ได้แล้ว ความทุกข์ทางจิตใจก็ลดน้อยลง คนส่วนมากไม่เข้าใจเรื่องนี้ เข้าใจไปว่า ความโกรธ ความโลภ ความหลง มันเป็นธรรมดา ท่านผู้รู้หรือ พระอริยะเจ้าทั้งหลายกลับเห็นว่าสิ่งนั้นแหละเป็นทุกข์ น่าเกลียด น่าขยะแขยง ไม่ให้สิ่งนั้นเข้ามาใกล้ หรือขยายตัวออกไปห่างไกล นั่นเรียกว่า รู้จักชีวิตจิตใจของตัวเอง สะอาด สว่าง สงบอยู่แล้ว เมื่อรู้จุดนี้แล้วมันจะคล้อยไปสู่สายใหญ่อย่างแม่น้ำ จากสายน้ำเล็ก ๆ จะคล้อยรวมตัวกันเข้าเป็นแม่น้ำใหญ่
ดังนี้ วิธีสอนจึงให้ทำความรู้สึกตัว ตัวนี้ก่อน ตัวเคลื่อนไหว รูปกาย เมื่อรู้จักอันนี้แล้ว มันจะรู้จักรู้เห็นขยิบตาเหลียวซ้าย แลขวา แล้วจะรู้วิธีหายใจเข้า หายใจออก สิ่งนี้มองเห็นได้ด้วยตา ส่วนจิตใจ นึกคิด มองไม่เห็นได้ด้วยตา จะรู้ได้ด้วย สมาธิ สติ ปัญญา สมาธิแบบที่ข้าพเจ้าพูดนี้ ไม่ใช่สมาธิแบบนั่งสงบแบบนั้น สมาธิแปลว่าตั้งใจ มีความรู้สึกตัว ความรู้สึกตัว ความติดต่อกันเสมอเรียกว่าสมาธิก็ได้ เรียกว่าสติก็ได้ เมื่อจิตใจนึกขึ้นมา สมาธิมีมาก แล้วมันจะเห็นทันที ความคิดจะสั้นลง สั้นลง เหมือนวิธีบวกกับลบ การพูดมันมีมาก แต่อยากทำให้พวกท่านเข้าใจเพียงสร้างจังหวะ และไปทำเอาเองให้มันเกิดเองแล้วมันสบายใจ อันนี้ก็สอนวิธีเจริญสติให้ การพูดก็จะหยุดลงเพียงนี้
![]()