#echo banner="" พุทธศาสนาในฐานะรากฐานของวิทยาศาสตร์ 03 พระธรรมปิฎก/

คลิกเมาส์ที่ใดก็ได้ในเฟรมนี้เพื่อเรียกเมนูด่วน

พุทธศาสนาในฐานะรากฐานของวิทยาศาสตร์ 03

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต)

วัดญาณเวศกวัน ต.บางกระทึก อ.สามพราน จ.นครปฐม

ปาฐกถาพิเศษ วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ

ณ ห้องประชุมใหญ่ สำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

จัดโดย คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2534

จากหนังสือ ปฏิบัติธรรมให้ถูกทาง

คัดลอกจาก http://www.rit.ac.th/homepage-sc/charud/scibook/budddhist/index/index6.htm

คุณค่าที่ถูกสงสัย

ก่อนอื่น เราคงจะต้องยอมรับกันถึงคุณค่า หรือประโยชน์หรือจะเรียกเป็นศัพท์สูง ๆ หน่อยก็คือ คุณูประการ ที่วิทยาศาสตร์ได้ทำไว้ให้แก่มนุษยชาติ วิทยาศาสตร์นี่มีประโยชน์เป็นอเนกอนันต์อันนี้ไม่มีใครปฏิเสธ อาตมามาแสดงปาฐกถาครั้งนี้เดินทางมาชั้วโมงเดียวก็ถึงเชียงใหม่ จากสนามบินดอนเมือง ถ้าหวนหลังไปเมื่อราชกาลที่ ๑ สัก ร.ศ. ๑๑ กว่าท่านผู้ฟังในที่นี้จะได้ฟังอาตมาก็คงต้องอีก ๓ เดือนข้างหน้า ซึ่งคงจะไม่มาเสียมากกว่า อันนี้ก็ต้องถือว่าเป็นอุปการะของวิทยาศาสตร์ ที่ช่วยให้การปฏิบัติกิจการต่าง ๆ เกิดความสะดวกสบาย จะเดินทางท่องเที่ยวก็ได้ จะมาทางวิชาการ เพื่อประโยชน์ในทางสติปัญญาก็ได้ มีทั้งเครื่องบิน มีทั้งรถไฟ และรถยนต์

มองกว้างออกไปอีก ในการสื่อสารปัจจุบัน เรามีวิทยุ โทรศัพท์ โทรสาร โทรทัศน์ แล้วก็มีวีดีทัศน์ ดาวเทียมอะไรต่าง ๆ ซึ่งล้วนเป็นอุปกรณ์ที่เกิดจากความเจริญก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือที่เห็นกันชัด ๆ ก็อย่างในวงการแพทย์ โรคระบาดมากมายหลายอย่าง เดี๋ยวนี้ก็หายไปหมด อหิวาต์ก็แทบจะไม่มีเงียบไปนานแล้ว เพิ่งจะไปโผล่ที่เปรูเมื่อไม่นานนี้ ในสายเอเชียก็เงียบไป กาฬโรคก็หายไปเลย ไข้ทรพิษก็บอกว่าลบไปได้แล้ว รวมแล้วโรคระบาดเหล่านี้ เดี๋ยวนี้เราไม่ค่อยต้องกลัวอันตราย แม้ว่าจะยังไม่อาจวางใจได้ว่าปลอดภัย ในเมื่อเอดส์โผล่ขึ้นมา มาเลเรียที่รบกันยังไม่จบสิ้นก็ชักจะฟื้นตัวขึ้น และวัณโรคก็ทำท่าจะหวนกลับมา

แต่ก่อนนี้คนเป็นแค่ไส้ติ่งอักเสบ ก็คงจะต้องเสียชีวิต แต่เดี๋ยวนี้การผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบเป็นเรื่องที่ง่ายเสียเหลือเกิน จนกระทั่งถึงผ่าสมองก็ไม่ยาก เครื่องมือในการตรวจ ในการหาสมุฎฐานและตำแหน่งของโรคก็พรั่งพร้อมและชัดเจนแม่นยำ อย่างเอกซเรย์ก็เจริญมาเป็นเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ จะใช้ระบบอุตราซาวนด์ก็ได้ จนกระทั่ง MRI ก็มีแล้ว หมอแทบไม่ต้องตรวจเอง ส่งไปเข้าเครื่องตรวจก็สำเร็จ จนกระทั่งหมอยุคต่อไป ถ้าไม่มีเครื่องเหล่านี้ ก็อาจจะตรวจไม่เป็น นี่ก็เป็นเรื่องของความเจริญที่ล้วนเป็นประโยชน์ทั้งสิ้น

เรามีเครื่องไฟฟ้า มีเครื่องทุ่นแรงสารพัด การพิมพ์ การอะไรต่าง ๆ ก็เจริญก้าวหน้า แม้แต่ของที่เดี๋ยวนี้เราเห็นเป็นของเล็กน้อย อย่างนาฬิกานี่ สมัยก่อนถอยหลังไป ๒๐ - ๓๐ ปี นาฬิกาไม่ใช่เป็นของที่ง่าย ๆ เลย บางทีไปซื้อมาประจำบ้านเป็นเรือนใหญ่ ๆ โต ๆ แล้วก็ใช้ลำบาก ต้องไขลานหรือดึงลูกตุ้มกันทุกวัน อะไรทำนองนี้ แต่เดี๋ยวนี้นาฬิกาควอร์ทซ์มีแล้ว เป็นเรื่องง่ายเหลือเกิน ราคาก็ถูก ถูกนิดเดียว แล้วก็เดินตรงกว่าสมัยก่อนมากมาย นาฬิกาสมัยก่อนเรือนใหญ่ ๆ ราคาแพง ๆ จะให้ตรงนี้ยาก เราเรียกนาฬิกาปารีส บางทีต้องตั้งต้องปรับกันอยู่นั่นแหละ ยากเหลือเกิน เดี๋ยวนี้ตรงกันข้าม นาฬิกากลายเป็นเรื่องที่แสนจะง่ายสบาย เครื่องเขียน ปากกา ก็แสนจะหาง่าย ราคาก็แสนจะถูก เมื่อ ๒๐ ปีก่อนต้องคอยระวังเก็บรักษา แต่เดี๋ยวนี้ มันง่ายและถูกจนใช้กันทิ้ง ๆ อย่างไม่มีความหมาย เจริญพรั่งพร้อมสะดวกไปทุกอย่าง จนกระทั้งสามารถไปอวกาศได้ มีคอมพิวเตอร์ใช้ นี่ก็เป็นความเจริญที่เรียกว่ารุดหน้าอย่างยิ่ง

ในทางชีววิทยาก็ไปถึงขั้นที่เรียกว่า พันธุวิศวกรรม ซึ่งอาจจะมีการแปลงพันธุ์ แต่งพันธุ์ ปรุงแต่งเพิ่มพันธุ์แปลก ๆ ใหม่ ๆ ของชีวิตพืชและสัตว์ต่าง ๆ ได้ อันนี้ก็เป็นความหวังของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน เรียกว่าพรรณนากันไปได้แทบจะไม่มีที่สิ้นสุด นี่แหละคุณประโยชน์ของวิทยาศาสตร์ ซึ่งปรากฏออกมาในรูปของเทคโนโลยีเป็นอันมาก

แต่ในอีกด้านหนึ่ง เมื่อมองไปก็ปรากฏว่า วิทยาศาสตร์นี้โดยเฉพาะที่ออกรูปมาเป็นเทคโนโลยีอย่างที่กล่าวเมื่อกี้ ได้ก่อให้เกิดโทษอย่างมหาศาลแก่มนุษยชาติเช่นเดียวกัน ยิ่งถึงยุคปัจจุบันนี้ก็มีความกังวลกันมาก โดยเฉพาะในประเทศที่พัฒนาอย่างสูงแล้วถึงกับหวาดกลัวกันว่า โลกและมนุษยชาตินี้ อาจจะถึงความพินาศไป เพราะความเจริญหรือพัฒนาในทิศทางที่ทำกันมา อาจจะเป็นความพินาศแบบปุ๊บเดียว คือชั่วกดสวิทซ์ กดปุ่ม อย่างสงครามนิวเคลียร์ หรือมิฉะนั้นก็อาจจะเป็นความพินาศไปอย่างช้า ๆ ใช้เวลายาวนาน คือการที่ธรรมชาติแวดล้อมเสื่อมสลาย ซึ่งกำลังเป็นปัญหาใหญ่มา ของยุคปัจจุบัน

แม้แต่ในชีวิตประจำวันที่ใกล้ตัวเดี๋ยวนี้ คนก็ถูกคุกคามด้วยภัยธรรมชาติอย่างใหม่อันนี้กันมาก จะกินอาหาร ก็ไม่รู้ว่าผักหรือปลานี้ เขาแช่ฟอร์มาลินหรือเปล่า บางทีเขาฉีดฮอร์โมนเร่งความเติบโตของสัตว์และพืชที่เอามาทำเป็นอาหาร บางทีเลี้ยงหมู ก็ให้กินสารเคมีที่ทำให้เนื้อมีสีแดงน่ารับประทาน ขายได้ราคา หรืออาจจะมีสารเคมีเป็นพิษ ซึ่งมาในรูปของสารที่ช่วยรักษาอาหารให้คงทนอยู่นานบ้าง ปรุงแต่งรสบ้าง ปรุงแต่งสีสัน หรือเป็นส่วนผสมอะไรต่าง ๆ บ้าง ตลอดกระทั่งในเรื่องยาฆ่าแมลง ผัก ผลไม้และเนื้อสัตว์ ที่วางขายมีไม่น้อยเป็นของที่คนปลูกและคนเลี้ยงเขาไม่รับประทาน อันนี้ก็เป็นสภาพปัจจุบันที่คนไม่น้อยมีความหวาดกลัว มีชีวิตอยู่ด้วยความระแวงหวั่นใจ แล้วมันก็คุกคามต่อชีวิตของคนจริง ๆ

อันนี้มองไปในแง่หนึ่งก็เหมือนกับว่า เวลานี้วิทยาศาสตร์ได้เข้าไปแปลกปนอยู่ในธรรมชาติ นี้เป็นสำนวนพูด คือ เรารู้สึกเหมือนกับว่าวิทยาศาสตร์กับธรรมชาติเวลานี้เป็นคนละพวก คือ คนมองคล้าย ๆ กับว่าวิทยาศาสตร์เป็นพวกหนึ่ง และธรรมชาติเป็นอีกพวกหนึ่ง เป็นคนละพวกกัน ทั้ง ๆ ที่แท้จริงแล้ววิทยาศาสตร์ก็คือการศึกษาธรรมชาติ อยู่ด้วยกันมากับธรรมชาติ