#echo banner="" ทางเดินของชีวิต พุทธทาสภิกขุ

คลิกเมาส์ที่ใดก็ได้ในเฟรมนี้เพื่อเรียกเมนูด่วน

ทางเดินของชีวิต

จากหนังสือ อกฺขาตาโรตถาคตา

พระธรรมโกศาจารย์ (เงื่อม อินฺทปญฺโญ)

สวนโมกขพลาราม ไชยาสุราษฎร์ธานี

คัดลอกจาก http://home.iirt.com/~wtlv/wtlvb2-43.htm#ทางเดินของชีวิต

ชีวิตคนเรานั้น แท้จริงคือการเดินทางชนิดหนึ่ง ซึ่งเดินจากความที่เต็มไปด้วยทุกข์ ไปยังที่สุดจบสิ้นของความทุกข์ ที่ตนเคยผ่านมาแล้วนั่นเอง ไม่ว่าผู้นั้นจะทราบหรือไม่ทราบ รู้สึกหรือไม่รู้สึก ชีวิตก็ยังคงเป็นการเดินทางเรื่อยไปอยู่นั่นเอง เมื่อเดินไปทั้งไม่ทราบก็ย่อมมีความระหกระเหินบอบช้ำเป็นธรรมดา

การเดินทางของชีวิตนี้ มิใช่เป็นการเดินด้วยเท้า ทางของชีวิตจึงมิใช่ทางที่จะเดินด้วยเท้าอีกเช่นเดียวกัน บัณฑิตทั้งหลายในกาลก่อนได้พากันสนใจใน “ทางชีวิต” กันมากเป็นพิเศษ ในฐานะที่เป็นทางของจิต อันจะวิวัฒน์ไปในทางสูง ซึ่งจะได้ไปสูงกว่าทางวัตถุหรือทางกาย อย่างที่จะเทียบกันไม่ได้เลย

สิ่งที่เรียกกันว่า ทางๆ นั้น แม้จะมีสายเดียวก็จริง ตามธรรมดาต้องประกอบด้วยองค์คุณหลายประการ เสมอทางเดินเท้าทางไกลแรมเดือน สายหนึ่งจะต้องประกอบด้วยสะพานร่มเงา ที่พักพาอาศัยระหว่างทาง การอารักขาคุ้มครองในระหว่างทาง การหาอาหารได้เสมอไปในระหว่างทาง ฯลฯ ดังนี้เป็นต้น ฉันใด ทางชีวิตแม้จะสายเดียว ดิ่งไปสู่ความพ้นทุกข์ก็จริง แต่ก็ต้องประกอบไปด้วยองค์คุณหลายประการฉันนั้น

ศาสนา เป็นองค์คุณอันสำคัญ โดยช่วยให้ชีวิตนี้มีความสดชื่นเยือกเย็น พอที่จะเป็นอยู่ ไม่ร้อนเป็นไฟ เช่นเดียวกับน้ำ เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงพฤกษชาติ ให้สดชื่นงอกงามอยู่ตลอดเวลา ฉันใดก็ฉันนั้น

ปรัชญา เป็นองค์คุณที่ช่วยให้เกิดอุดมคติ อันมีกำลังแรงในการที่จะกระตุ้นให้ปฏิบัติตามศาสนา หรือหน้าที่อื่นๆ ทำให้เกิดความเชื่อ ความเพียรและคุณธรรม อื่นๆ ที่เป็นตัวกำลังสำคัญด้วยกันทั้งนั้น อย่างมากพอที่จะไม่เกิดการท้อถอย หรือโลเล หรือหันหลังกลับ โดยสรุปก็คือช่วยให้มีความเป็น นักปราชญ์หรือมีปัญญาเครื่องให้ดำเนินตนไป จนลุถึงปลายทางที่ตนประสงค์

วิทยาศาสตร์ ช่วยให้เป็นผู้รู้จักเหตุผลและให้อยู่ในอำนาจแห่งเหตุผล เพื่อให้ชีวิตนี้ไม่หลับหูหลับตาเดินไปอย่างโง่เง่างมงาย ซึ่งจะทำให้เดินไม่ถึง หรือถึงช้า และไม่ได้รับผลเป็นที่พอใจ

ศิลปะ โดยเฉพาะก็คือศิลปะแห่งการครองชีวิต หรือการบังคับ ตัวเองได้ช่วยให้ชีวิตนี้ดูแจ่มใสงดงามน่าชุ่มชื่นใจ น่ารักใคร่นำมาซึ่งความ เพลิดเพลินในการก้าวหน้าไปด้วยความรู้ และการกระทำ ที่ดูงามทั้งในเบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลาย

ภูมิธรรม คือธรรมสมบัติหรือความดีความจริง ความยุติธรรมที่ประกอบอยู่ที่เนื้อที่ตัว ช่วยเหลือให้เกิดบุคลิกลักษณะ อันนำมาซึ่งความเลื่อมใส ความไว้วางใจ ความน่าคบหาสมาคม จากชีวิตรอบข้าง ทำให้ชีวิตนั้นตั้งอยู่ในฐานะ เป็นปูชนียบุคคล เป็นที่พึ่งแก่ตนเองได้ และเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวของชีวิตทั้งหลาย

ความรู้ ช่วยให้มีความสามารถในการที่จะใช้ความคิด และการ วินิจฉัย สิ่งต่างๆได้อย่างกว้างขวางในการตัดสินใจ การค้นคว้าทดลองการแก้ไข อุปสรรค และอื่นๆในอันที่จะให้เกิดผลในการครองชีพการสมาคม และอื่นๆที่จำเป็นทุกประการโดยสมบูรณ์

สติปัญญา ช่วยให้เกิดสมรรถภาพ หรือปฏิภาณในการดำเนินงานของชีวิต ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ตามแนวของความรู้ ทำให้งานของชีวิตทุกชนิด ทุกระดับ ดำเนินไปได้โดยง่าย โดยเร็ว โดยสมบูรณ์ และปลอดภัยโดยประการ ทั้งปวง

อนามัย ช่วยให้มีกำลังกายอันเป็นบาทฐานแห่งกำลังใจ มีความแคล่วคล่องว่องไว อาจหาญร่าเริง สะดวกกายสบายใจ ในการเป็นอยู่ของตน ทำกายนี้ให้เป็นเหมือนม้า ที่เจ้าของเลี้ยงดูอย่างถูกต้องที่สุด แล้วสามารถเป็นพาหนะนำเจ้าของ ไปสู่ที่มุ่งหมายได้ฉันใดก็ฉันนั้น

องค์คุณ ๘ ประการนี้ กำลังรวมกันเป็นทางสายเดียวของข้าพเจ้า ช่วยให้ชีวิตของข้าพเจ้า ดำเนินไปได้อย่างเป็นที่พอใจมาก จนถึงกับนึกอยากจะยืนยัน แก่เพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายทั้งหลายว่า จงลองเดินทาง สายนี้อันประกอบด้วยองค์คุณ ๘ อย่างนี้ดูบ้างเถิดผลในโลกนี้คือ ทรัพย์ชื่อเสียง และมิตรภาพก็ตาม ผลในโลกหน้าคือสุคติก็ตาม และผลอันสูงสุดพ้นจากโลกทั้งปวง คือนิพพานก็ตาม จักเป็นสิ่งที่หวังได้ครบถ้วน โดยไม่ต้องสงสัยเลย

องค์คุณทั้ง ๘ นี้ต้องมีครบถ้วนพอเหมาะส่วน และเข้ากันสนิท พร้อมที่จะส่งเสริมซึ่งกันและกันอยู่ตลอดเวลา จึงจะสำเร็จเป็นตัวทาง และเป็นการเดินทางในตัวมันเองอยู่แล้วทุกขณะ ไม่มีการถอยหลัง

โลกทุกวันนี้ มีอะไรๆ มากเกินไป ในทางที่จะผูกพันธ์ชีวิตนี้ ให้ตกอยู่ภายใต้อำนาจของสิ่งบีบคั้นเผาลน เผลอไปเพียงนิดเดียว ก็จักลื่นไถลลงไปในกองเพลิง ชนิดที่ยากจะถอนตัวออกมาได้ และถึงกับตายอยู่ในกองเพลิงนั้นเป็นที่สุด เพราะเหตุนั้น จึงเป็นการสมควร หรือจำเป็นสำหรับชีวิตทุกชีวิต ที่จะต้องแสวงหาทาง และมีทางของตน อันถูกต้องปลอดภัย เพื่อก้าวหน้าไปสู่ความสะอาดหมดจด สว่างไสว และสงบเย็น สมตามความปรารถนา ไม่เสียทีที่ได้เวียนมาในเกลียวแห่งวัฏฏสงสาร จนกระทั่งมามีชีวิตในวันนี้กับเขาด้วยชีวิตหนึ่ง

โลกทุกวันนี้มากไปด้วยขวากหนาม อันเป็นอันตรายมากยิ่งขึ้นเพียงใด ชีวิตนี้ก็ต้องเพียบพร้อมไปด้วย คุณธรรมและสมรรถภาพ อันจะเป็นเครื่องป้องกันและแก้ไขอันตรายนั้นๆ มากขึ้นเพียงนั้น เพราะฉะนั้นอย่างน้อยที่สุด เขาจะต้องมีหนทาง อันประกอบไปด้วยองค์แปดประการดังกล่าว ทางไปของชีวิต ในด้านจิตหรือวิญญาณของเขาผู้นั้น จึงจะก้าวไปด้วยดี คู่กันไปได้กับการก้าวหน้าในทางวัตถุ หรือทางกายของโลกแห่งสมัยนี้ อันกำลังก้าวกันไปอย่างมากมาย จนเกินพอดี หรือผิดส่วน ไม่สมประกอบ จนทำโลกให้ระส่ำระสายเป็นประจำวันอยู่แล้ว

ทางชีวิตแห่งสมัยนี้โลดโผน โยกโคลง ขรุขระ ขึ้นๆ ลงๆ ยิ่งกว่าสมัยเก่าก่อน เกินกว่าที่จะดำเนินไปได้ง่ายๆ โดยการใช้วิธีการง่ายๆ สั้นๆ เหมือนที่แล้วมา นับว่าเป็นโชคดีของพุทธบริษัทเรา ที่เรามีพระพุทธศาสนาอันแสนประเสริฐของเรา ซึ่งอาจจะอำนวยสิ่งต่างๆ อันเป็นองค์คุณ ๘ ประการนั้น ให้แก่เรา ได้อย่างครบถ้วน พุทธศาสนาของเรา มีเหลี่ยมพรายอันสมบูรณ์แล้ว แต่เราจะเพ่งดูกันในเหลี่ยมไหน ก็มีให้ดู เป็นให้ได้ครบทุกอย่างทุกเหลี่ยม

พุทธศาสนา ในฐานะที่เป็นทั้งศาสนา เป็นทั้งปรัชญาเป็นวิทยา ศาสตร์เป็นศิลปะแห่งการครองชีวิต เป็นภูมิธรรมที่พึงประสงค์ของมนุษยชาติ เป็นความรู้ที่ครบถ้วน เป็นสติปัญญาที่คล่องแคล่ว และเป็นอนามัยทั้งทางกายและทางจิตเหล่านี้ แต่ละเหลี่ยมๆ นั่นเอง นับเป็นองค์คุณครบทั้ง ๘ ประการ ที่รวมกันเข้าเป็นตัวทาง และเป็นการเดินทางพร้อมกันไปในตัว ดังที่กล่าวแล้ว

ข้าพเจ้าขอชักชวนเพื่อนร่วมการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ทั้งหลายให้สนใจในทางอันเอก อันเป็นทางดิ่งไปสู่ความสิ้นทุกข์ของบุคคลผู้เดียวแต่ละคนๆ ทางนี้

ข้าพเจ้าขอชักชวนให้พร้อมใจกันต่อสู้โดยทุกวิถีทาง เพื่อให้ทางๆ นี้ยังคงเปิดเผยปรากฏอยู่ เป็นทางเดินของสรรพสัตว์ทั้งหลาย

ข้าพเจ้าขอชักชวนมิตรสหายทั้งหลาย ให้สละแม้กระทั่งชีวิต เพื่อป้องกันหนทางอันนี้เอาไว้ ให้ยังคงอยู่เป็นทางรอดของตนเอง และของเพื่อนสัตว์ทั้งหลาย ตลอดกาลอันไม่มีที่สิ้นสุด ในนามแห่งพระพุทธองค์ ผู้ทรงประกาศความจริงสากลแห่งมนุษยชาติทั้งมวล

พุทธทาสภิกขุ

๑ กันยายน ๒๔๙๕