#echo banner="" ควบคุมสัญชาตญาณเดิมเพื่อสร้างเสริมชีวิตใหม่ พุทธทาส

คลิกเมาส์ที่ใดก็ได้ในเฟรมนี้เพื่อเรียกเมนูด่วน

ควบคุมสัญชาตญาณเดิมเพื่อสร้างเสริมชีวิตใหม่

โดย พุทธทาส อินฺทปัญฺโญ

คัดลอกมาจาก www.geocities.com/dugdaemagazine/column3.htm

สำหรับสิ่งที่เรียกว่า  สัญชาตญาณ เข้าใจว่าคงเคยศึกษาเล่าเรียนมา  ในเรื่องวิทยาศาสตร์ เรื่อง Biology  อะไรกันมาแล้ว พอจะรู้เรื่อง แต่ไม่ได้ศึกษาถึงข้อที่ว่า จะจัดการกับมันอย่างไร ทางธรรมะนี้ก็ไม่ใช่เรื่องอะไรอื่น เป็นวิชาความรู้ที่จะบังคับสัญชาตญาณนั้นเอง ให้มันกลายเป็นสิ่งที่ไม่เป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวง  ถ้าว่าตัดความรู้สึกที่เป็นสัญชาตญาณได้ มันก็เป็นอรหันต์เท่านั้นแหละ อย่าเพ่อพูดถึงเลย มันยังอยู่ไกลไป  ไม่ต้องพูดถึงการตัดสัญชาตญาณเด็ดขาดเป็นพระอรหันต์  เอาแต่ว่าบังคับได้ ควบคุมได้  เปลี่ยนกระแสของมันเสียให้เป็นประโยชน์ได้ ก็ประเสริฐถมไปแล้ววิชาธรรมะคือวิชานี้  คือวิชาที่จะควบคุมบังคับ  คือจะเปลี่ยนกระแสของสัญชาตญาณอันร้ายกาจ ให้กลายเป็นสิ่งที่ไม่มีโทษ ให้มีประโยชน์ยิ่ง ๆ ขึ้นไป  ถ้าได้อย่างนี้มันพอหรือไม่พอ ในการที่จะเสียเวลา เสียเงิน เสียอะไร มาศึกษาธรรมะ มาหาความรู้เรื่องธรรมะ  อาตมาคิดว่าเกินพอ ถ้าได้วิชาความรู้เหล่านี้จริง ไปใช้ประโยชน์ได้จริง ควบคุมสัญชาตญาณได้จริง มันก็สบายกว่านี้ ชีวิตสดใสเยือกเย็นในความหมายแห่งคำว่า  นิพพาน ไม่มีนิวรณ์ 5  รบกวน มันสดชื่นแจ่มใสสักเท่าไร ไม่มีความรู้สึกทางเพศรบกวน ไม่มีความรู้สึกทางเกลียดรบกวน ไม่มีความรู้สึกหดเหี่ยวฟุ้งซ่านรบกวน ไม่มีความลังเลในชีวิตรบกวน  มันสดชื่นเยือกเย็นสักเท่าไร  เพียงไม่มีนิวรณ์ 5 นี้ก็พอเสียแล้ว  ถ้าควบคุมโลภะ โทสะ โมหะ ได้ มันก็ยิ่งวิเศษยิ่งขึ้นไปอีก คือ มันไม่ลุกขึ้นมาในจิตใจ  นี้ก็เลยเหมือนกับว่าโลกใหม่ ชีวิตใหม่ในโลกใหม่ ในโลกของพระอริยเจ้า ที่มีแต่ความสะอาด สว่าง สงบ มีความเยือกเย็น มีความเป็นอิสระ มีความโล่งโถง ไม่มีอะไรจะบีบคั้นหุ้มห่อ มันก็ควรไหมที่ว่าจะเรียกมันว่ามันเป็นชีวิตใหม่  มันก็ชีวิตเดิมนั่นแหละ แต่มันถูกทำให้เป็นของแปลกออกไป จากที่จะปล่อยไปตามธรรมชาติของสัญชาตญาณ  มันก็ได้ผลตรงกันข้าม  คือว่า เดี๋ยวนี้เราอยู่เหนือการบีบบังคับของสัญชาตญาณ ซึ่งอยู่ในระดับสัญชาตญาณล้วน ๆ  หรืออยุ่ในระดับที่เป็นกิเลสอันร้ายกาจก็ตาม  มันก็ได้ชีวิตเย็น ในความหมายของคำว่า นิพพาน

 คำว่า นิพพาน  นิพพาน  นิพพานนี้ ยังเข้าใจผิดกันอยู่หลายอย่าง  หรือไม่เข้าใจความหมายอันถูกต้องของนิพพาน  ก็เลยไม่ต้องการนิพพาน  แล้วคำสอนที่พูดสอน ๆ กัน ก็ไกลสุดเอื้อม จนเห็นว่าเหลือวิสัยที่จะทำได้ นั้นมันเป็นคำพูดของใครก็ไม่รู้  ต้องขออภัยที่จะใช้ว่า คำพูดของคนไม่รู้จักนิพพาน เป็นคำพูดของคนโง่ต่อพระนิพพาน  จึงพูดอย่างนั้น  ถ้าพูดกันให้ตรงตามจริง ตามธรรมชาติที่เป็นอยู่จริง  คำว่า นิพพาน ก็คือ ชีวิตใหม่  อย่างที่ว่า หลุดรอดออกมาได้จากการบีบคั้นของสัญชาตญาณและกิเลสทั้งหลาย มามีชีวิตใหม่อย่างนี้ ก็เรียกว่า นิพพาน คือ เย็น ชีวิตเย็น   อย่าตีความหมายอะไรให้มันสุดโด่งไปนัก ขอให้ถือเอาความหมายของคำว่า นิพพาน  นิพพานนี้ว่า เย็นไว้ก่อน