คลิกเมาส์ที่ใดก็ได้ในเฟรมนี้เพื่อเรียกเมนูด่วน
ทัศนคติเกี่ยวกับหลวงพ่อ
ประสบการณ์การปฏิบัติธรรม
และธรรมะของศิษยานุศิษย์
จากหนังสือ ปกติ หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ และสิ่งที่ฝากไว้
![]()
พระอาจารย์บุญธรรม อุตฺตมธมฺโม
วัดโพนทอง จังหวัดชัยภูมิ
ปลายปี พ.ศ. 2509 อาตมาได้ขึ้นไปปฏิบัติธรรมอยู่กับหลวงพ่อเทียนที่ป่าพุทธยานเดิม (คือวิทยาลัยครูปัจจุบัน) ได้ขึ้นไปเพราะการชักชวนของอาจฯย์มหาบัวทอง พุทฺธโฆสโก ซึ่งได้สัตตาหะลงไปบอกเล่าให้ฟังว่าได้พบพระหลวงตาองค์หนึ่ง กำลังสอนปฏิบัติธรรมอยู่ที่ป่าพุทธยานอุดมการณ์ดี มีปฏิปทามั่นคง ลัดตรงมุ่งเป้าไปทำลายกิเลสโดยเฉพาะ ไม่มีปฏิปทาแอบอิงฤทธิ์เดช ไม่ทำไปเพื่อลาภสักการะ คิดว่าเป็นพระหลวงตาที่ไม่งมงาย ไม่นำไปผิดทางแน่ ๆ ได้ฟังดังนั้นอาตมาจึงสนใจเปลี่ยนความตั้งใจที่จะไปอยู่สุราษฎร์ฯ แต่แรกเสีย
พอออกพรรษาปี 2509 จึงตัดสินใจไปทางเมืองเลย หาท่านอาจารย์มหาบัวทอง วันนั้นพอถึงป่าพุทธยาน อาจารย์มหาบัวทองกำลังปฏิบัติธรรมเก็บอารมณ์อยู่บ้านนาอ้อ พอได้ข่าวว่าอาตมาขึ้นไปหา ท่านก็มีหนังสือมาให้กำลังใจ ส่วนอาตมาก็ได้เข้าไปกราบบอกความประสงค์กับหลวงพ่อ ท่านก็แนะนำวิธีสร้างจังหวะให้เลย พอปฏิบัติตาม ความคิดจะไปสุราษฎร์ก็หมดลง เลยตั้งใจปฏิบัติธรรมจริง ๆ ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม ไปจนถึงเดือนมีนาคม 2510 ก็เข้าใจเรื่องรูป เรื่องนาม แล้วจึงกลับมาบอกข่าวโยมทางบ้าน เมื่อจะกลับเมืองเลย ก็ได้ฟักชวนพระไปด้วย3 รูป พอเข้าสู่ฤดูฝน อาจารย์คำเขียน ซึ่งขณะนั้นยังเป็นโยมอยู่ ก็ได้ขึ้นไปปฏิบัติธรรมอยู่ร่วมกันอีก จึงรู้สึกดีใจมาก
อาตมามีความประทับใจในแนวปฏิบัติธรรมของหลวงพ่อ เพราะเป็นการปฏิบัติตามแบบธรรมชาติ และง่ายสะดวกสบาย ทั้งหลวงพ่อท่านก็เป็นกันเอง ท่านเป็นแบบอย่างที่ดี พาอยู่ง่าย ๆ พากินง่าย ๆ ไม่ถือตัว ถึงท่านเป็นพระหลวงตาบ้านนอก อ่านหนังสือไม่ได้ ท่านก็ไม่เพิกเฉย ท่านยังพัฒนาตนเองอยู่ไม่หยุดหย่อน หมั่นมาถามหนังสือจากพวกอาตมา ศึกษาหนังสือจากพวกอาตมา จนเริ่มอ่านหนังสือได้ในปีนั้น ท่านเดินจงกรมให้เป็นแบบอย่างของลูกศิษย์ลูกหาเก่งมาก พอพักก็เข้าไปหาโต๊ะฝึกเขียนหนังสือ อัจฉริยภาพพิเศษอย่างนี้มีอยู่ในพระสูงวัยเช่นท่าน พวกอาตมาก็อาย เรื่องขบฉันอยู่กินหลับนอน เราเทียบท่านยาก ท่านไม่ขวยเขินในทุกสังคม ท่านแสดงอะไรออกไปกลับเป็นเยี่ยงอย่างที่ดีแก่สังคมไปหมด อาตมายิ่งรู้สึกประทับใจ
เหตุที่อาตมาหนีจากหลวงพ่อไปอยู่ที่อื่น มิใช่เบื่อหน่ายต่อคำสั่งสอน แต่อาตมาหน่ายต่อการสอน คือปี 2511 มีพระเณรมาก ทั้งเณรไทย เณรลาว มาอยู่ด้วย หลวงพ่อให้อาจารย์มหาบัวทองกับอาตมาเป็นครูสอนปริยัติ ทาให้การปฏิบัติมีเวลาน้อยลง อาตมาเองก็ไม่พอใจในการสอนอยู่แล้ว พอจะเข้าพรรษา อาจารย์มหาบัวทองก็หนีไปจำพรรษาอยู่เมืองตูม (ฝั่งแม่น้ำเหือง อ.ท่าลี) อาตมาสอนปริยัติองค์เดียวไม่มีใครช่วย ส่วนอาจารย์คำเขียนก็หนีไปเก็บตัวปฏิบัติอยู่ที่วัดภูเขา บ้านบุฮม
อาตมาจึงคิดหนัก คิดทบทวนไปคิดทบทวนมา คิดไปถึงโปฎฐิละ อาจารย์ที่ทำตัวเป็นครู จนโปฏฐิละมีลูกศิษย์ปีละ 500 คน พระศาสดาก็ยังไม่ยินดี ยังไม่ภูมิใจในการเป็นครูของโปฏฐิละ จนพระองค์ได้เรียกโปฎฐิละว่า โมฆะบุรุษ โมฆะบุรุษ แม้ท่ามกลางชุมชน เพื่อให้โปฏฐิละน้อยเนื้อต่ำใจ เบื่อหน่ายในงานสอน พระโปฏฐิละเมื่อถูกบีบเข้ามาก ๆ จึงวิ่งเต้นไปหาสำนักปฏิบัติธรรมในภายหลัง
อาตมาก็คิดเช่นนั้น ปีนั้นพอพาพระเณรไปสอบเสร็จ อาจารย์มหาบัวทองก็ลงมาร่วมในงานสอบธรรมด้วย พอปี 2512 เดือนยี่ ออกใหม่ 1 ค่ำ อาตมากับอาจารย์มหาบัวทอง อาจารย์ทองอินทร์ และอาจารย์กิ่ง 4 รูปด้วยกัน ก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ภูเขาแลนคา จ.ชัยภูมิ ถึงหลังเขาแลนคา ขึ้น 2 ค่ำ ไปปักกลดอยู่ที่แหลหนองเมย (ตะวันออกของบ้านสวนป่าทุกวันนี้ )
พอถึงเดือนยี่ ข้างแรม ย้ายไปอยู่โนนหัวช้าง (คือป่าสุคะโตปัจจุบันนี้) อันเป็นที่ของพ่อบุญ พ่อศูนย์ พ่อเบ้า พ่อดา และพ่อจันทร์ ถวายปีนั้นเอง เพื่อนทั้ง 3 รูป คือ อาจารย์มหาบัวทอง อาจารย์ทองอินทร์ และอาจารย์กิ่ง ก็ลงจากภูเขาหนีจากอาตมาไปจำพรรษาที่อื่น อาตมาเลยอยู่หลังเขาองค์เดียว 3 ปี อาจารย์มหาบัวทองจึงย้อนกลับมาจำพรรษาอยู่ด้วย 1 พรรษา ก็จากไปอีก.
พอถึงปี 2518 อาจารย์คำเขียนก็ขึ้นไปอยู่ด้วย จนถึงปี 2522 อาตมาจึงลงจากหลังเขาไปอยู่บ้านเกิดของอาตมาเอง จนถึงปัจจุบันนี้
![]()