#echo banner="" หลวงพ่อคำเขียน สุวณฺโณ ประทีปธรรมเมืองชัยภูมิ

คลิกเมาส์ที่ใดก็ได้ในเฟรมนี้เพื่อเรียกเมนูด่วน

หลวงพ่อคำเขียน สุวณฺโณ

ประทีปธรรมเมืองชัยภูมิ

โพสท์ใน กองทัพพลังจิต > พลังจิต > พลังจิต-พุทธศาสนา สำหรับผู้เริ่มต้น โดย paang 18-09-2005

"หลวงพ่อคำเขียน สุวณฺโณ" เจ้าอาวาสวัดภูเขาทอง บ้านท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ เป็นพระนักปฏิบัติธรรมรูปหนึ่ง ที่ชาวเมืองชัยภูมิและพุทธศาสนิกชนทั่วไปเลื่อมใสศรัทธา ในฐานะผู้บำเพ็ญศาสนกิจ เพื่อความจำเริญแห่งพระพุทธศาสนา ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาตินานัปการ ถึงพร้อมด้วยศีลาจารวัตรอันงดงาม ดำเนินตามรอยธรรมหลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ พระวิปัสสนาจารย์ชื่อดังแห่งวัดป่าพุทธยาน จ.เลย ในฐานะศิษย์กตัญญูรู้คุณ อย่างหาที่สุด

ปัจจุบันหลวงพ่อคำเขียน หรือพระครูบรรพตสุวรรณกิจ สิริอายุ 69 พรรษา 40 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดภูเขาทอง และเจ้าคณะตำบลหนองขาม อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ

อัตโนประวัติ

หลวงพ่อคำเขียน เกิดเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2479 ที่บ้านหนองเรือ ต.หนองเรือ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น

เมื่ออายุย่าง 10 ขวบ ได้ย้ายไปอยู่บ้านหนองแก อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ทำการบุกเบิกที่ดินทำกิน ประกอบอาชีพทำไร่ทำนา พอเรียนจบชั้นป.4 ต้องลาออกจากโรงเรียนมาช่วยงานทางบ้าน ต่อมาบิดาเสียชีวิต ต้องรับผิดชอบงานแทนบิดาทั้งสิ้น ก่อนตัดสินใจบรรพชาเป็นสามเณร เมื่ออายุได้ 15 ปี ที่วัดหนองแก แต่ด้วยพะวงใจไม่มีใครช่วยดูแลครอบครัว จึงต้องลาสิกขา อย่างไรก็ตาม ท่านได้รับการยกย่องจากคนในหมู่บ้าน ด้วยวิชาการรักษาคนเจ็บป่วย จนชาวบ้านเรียกขานเป็นหมอธรรม

พ.ศ.2501 หลังผ่านการเกณฑ์ทหาร ได้แต่งงานมีครอบครัว แต่ยังคงมุ่งมั่นรักษาศีลฝึกสมาธิและเป็นหมอธรรม

พ.ศ.2509 ท่านเดินทางไปฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ วัดป่าพุทธยาน จ.เลย เพื่อศึกษาปฏิบัติธรรม โดยหลวงพ่อเทียนได้ถ่ายทอดและฝึกอบรมวิปัสสนากัมมัฏฐานขั้นพื้นฐาน ไปจนถึงขั้นสูงตามลำดับ ปลูกสติสัมปชัญญะ สร้างสติ จนทำให้นายคำเขียนเกิดความเลื่อมใสในบวรพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า

พ.ศ.2510 นายคำเขียนได้ตัดสินใจเข้าพิธีอุปสมบท ที่อุโบสถวัดป่าพุทธญาณ บ้านกำเนิดพลอย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.เลย โดยมีพระราชวรมุนี เจ้าคณะจังหวัดเลย เป็นพระอุปัชฌาย์ จำพรรษาที่วัดป่าพุทธญาณ และติดตามหลวงพ่อเทียนไปเผยแผ่ธรรมตามจังหวัดต่างๆ

พ.ศ.2511 พระคำเขียนได้ไปจำพรรษาที่วัดบ้านบุฮม ต.บุฮม อ.เชียงคาน จ.เลย อันเป็นถิ่นเกิดของหลวงพ่อเทียน เพื่อสนองศรัทธาญาติโยมในช่วงเข้าพรรษา

พ.ศ.2512-2514 กลับมาจำพรรษาที่วัดป่าพุทธญาณ โดยในปี พ.ศ.2512 ท่านเดินทางไปร่วมก่อตั้งวัดป่าสุคะโต ต.ท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ

พ.ศ.2515 ท่านได้ไปช่วยงานหลวงพ่อเทียนเผยแผ่ธรรมใน จ.ขอนแก่น และจำพรรษาที่วัดโมกขวนาราม ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น

พ.ศ.2516-2517 ทางราชการได้จัดตั้งวิทยาลัยครู โดยขอพื้นที่เขตวัดป่าพุทธญาณด้วย จึงต้องย้ายออกมาอยู่ที่วัดป่าสุคะโต

พ.ศ.2518 หลวงพ่อคำเขียนได้ติดตามหลวงพ่อเทียนไปเผยแผ่ธรรมในเมืองกรุงเป็นครั้งแรก โดยจำพรรษาที่วัดชลประทานรังสฤษฎิ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นับเป็นจุดเริ่มต้นที่แนวคำสอนของหลวงพ่อเทียนได้แผ่มาสู่สังคมเมือง โดยเฉพาะกลุ่มปัญญาชนคนรุ่นใหม่

พ.ศ.2519 หลังจากเดินทางกลับจากวัดชลประทานรังสฤษฎิ์ ก่อนช่วงเข้าพรรษา หลวงพ่อคำเขียนได้กราบลาหลวงพ่อเทียนย้ายไปจำพรรษาที่วัดป่าสุคะโต ต.ท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ

พ.ศ.2520-2525 หลวงพ่อคำเขียนได้ใช้ชีวิตคลุกคลีกับชุมชน ประสบพบเห็นความยากลำบากของชาวบ้าน ที่ไม่มีเวลาคอยดูแลบุตรหลาน จากการไปทำงานหาเลี้ยงชีพ เกิดนึกเวทนาสงสารเด็กจับใจ หลวงพ่อจึงตัดสินใจมาอยู่กับชาวบ้านที่บ้านท่ามะไฟหวาน ต.ท่ามะไฟหวาน ซึ่งห่างจากวัดป่าสุคะโต ประมาณ 5 กิโลเมตร ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดภูเขาทอง และจัดตั้งศูนย์เด็กเล็กขึ้นที่วัดภูเขาทอง เพื่อเป็นสถานที่รับฝากเด็กไว้ ยามพ่อแม่เข้าไปทำงาน โดยมีพระภิกษุช่วยกันอบรมสอนสั่งไปด้วย

หลวงพ่อคำเขียน เดินทางไปมาระหว่างวัดภูเขาทองและวัดป่าสุคะโตเป็นประจำ เนื่องจากมีคนมาปฎิบัติธรรมที่วัดป่าสุคะโตไม่ขาดสาย

พ.ศ.2527 หลวงพ่อได้รับนิมนต์ให้ไปสอนธรรมที่วัดจวงเหยน เมืองคาร์เมล มหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 5 เดือน

พ.ศ.2527 ได้รับเลื่อนสมณศักดิ์จากคณะสงฆ์ฝ่ายปกครองในราชทินนามที่ พระครูบรรพตสุวรรณกิจ

พ.ศ.2533 คณะกรรมการศาสนาเพื่อการพัฒนา (ศพพ.) องค์กรภายใต้มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป ได้อาราธนาพระสงฆ์ที่ได้ทำงานร่วมกับชาวบ้าน ด้วยการเป็นที่พึ่งพิงทางจิตใจและสติปัญญา สร้างความเข้มแข็งและการพึ่งพิงตนเองให้กับชุมชนรากหญ้า อาทิ พระครูพิพิธประชานาถ (หลวงพ่อนาน), พระครูสุภาจารวัฒน์, พระครูเกษมธรรมรังษี (หลวงพ่อดำ), พระครูพิทักษ์นันทคุณ และพระครูบรรพตสุวรรณกิจ เป็นต้น มาประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานช่วยเหลือสังคม และยังถือเป็นโอกาสได้เจริญสมาธิภาวนาร่วมกัน อันจะเป็นการเกื้อกูลกำลังใจต่อกันและกันได้

ในการนี้ หลายท่านเห็นพ้องว่าพระสงฆ์ที่ทำงานในลักษณะนี้ ควรรวมตัวเป็นเครือข่าย เพื่อเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน อันจะทำให้งานประยุกต์ใช้หลักศาสนธรรมกับชีวิตและสังคม มีความยั่งยืนและสามารถเป็นร่มเงาให้กับสังคมต่อไป

จึงได้พร้อมใจกันก่อตั้ง "กลุ่มเสขิยธรรม" ขึ้น ด้วยจุดมุ่งหมายสำคัญ คือ ส่งเสริมการประยุกต์ใช้หลักศาสนธรรมให้เกื้อหนุนต่อการพัฒนาตนเอง สังคม และธรรมชาติ ให้ก้าวพ้นวิกฤตการณ์ทั้งหลายอย่างเป็นรูปธรรม

พ.ศ.2539 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลท่ามะไฟหวาน

หลวงพ่อคำเขียน ถือเป็นพระนักปฏิบัติโดยแท้ เน้นทำเฉพาะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติธรรมจริงๆ ไม่มีการสร้างอาคารถาวรวัตถุใหญ่โตมโหฬาร ดังนั้น วิถีชีวิตจึงดำรงอยู่ด้วยความเรียบง่าย

ปัจจุบัน หลวงพ่อได้งดเว้นการเดินทางไปสอนธรรมในที่ห่างไกล เนื่องจากล่วงเข้าสู่วัยชรา แต่ยังคงรับกิจนิมนต์เฉพาะภายในจังหวัดชัยภูมิเท่านั้น

สำหรับหลักธรรมคำสอนของหลวงพ่อคำเขียน บรรดาคณะศิษย์หลวงพ่อได้มีการรวบรวมคำสอนจัดทำเป็นหนังสือจำนวนหลายเล่ม โดยบันทึกเทป ก่อนนำไปถอดเทปและจัดพิมพ์เป็นตำรา พร้อมกับนำเนื้อหาบางส่วนพิมพ์ลงไว้ในเว็บไซต์เผยแผ่ธรรมะไปทั่วโลก

หลวงพ่อคำเขียน เคยปรารภว่า ท่านไม่มีสิ่งใดต้องห่วง เพราะหากสิ้นท่านไปแล้ว คำสอนของท่านจะยังคงอยู่ ให้ผู้คนได้ศึกษาต่อไป

ชีวิตที่เหลืออยู่นับจากนี้ หลวงพ่อคำเขียนขออุทิศตนสานต่อปณิธานของหลวงพ่อเทียนด้วยการปลูกป่า พัฒนาวัดวาอารามให้น่าอยู่ ฝึกอบรมปฏิบัติธรรม ช่วยพัฒนาชุมชนสืบไป