#echo banner="" ประวัติ หลวงปู่บัวพา ปญฺญาภาโส วัดป่าพระสถิตย์

คลิกเมาส์ที่ใดก็ได้ในเฟรมนี้เพื่อเรียกเมนูด่วน

ชีวประวัติ

หลวงปู่บัวพา ปัญญาภาโส ๖

วัดป่าพระสถิตย์ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย

โดย กองทุนพลังชีวิต อาคมธรรมทาน

จัดพิมพ์เผยแผ่เป็นธรรมบรรณาการ ไม่มีจำหน่าย

ตามเจตนารมณ์ของ เรืออากาศตรี อาคม ทันนิเทศ

ตั้งศพองค์หลวงปู่เพื่อบำเพ็ญที่วัดบูรพา

แล้วตั้งศพบำเพ็ญกุศลอยู่จนออกพรรษา จึงได้จัดพิธีถวายเพลิงศพขององค์หลวงปู่ ปีที่องค์หลวงปู่เสาร์มรณภาพนั้น ตรงกับวันอังคาร แรม ๓ ค่ำเดือน ๓ ปีมะเมีย ( ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๕) เมื่อออกพรรษาแล้ว ค่อยได้ถวายเพลิงศพ ในงานถวายเพลิงศพนี้มีพระครูบาอาจารย์ ผู้หลักผู้ใหญ่ มากพากมาย มีองค์หลวงปู่มั่นมาเป็นประธานในงานแต่ผู้ดำเนินงาน คือท่านอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม

ในวันถวายเพลิงศพองค์หลวงปู่เสาร์นั้น พุทธศาสนิกชนชาวเมืองอุบลราชธานี ได้จัดงานฌาปนกิจศพพระเถระผู้ใหญ่ อยู่ในเมืองอุบลถึง ๔ รูปด้วยกัน คือท่านเจ้าคุณพระศาสนดิลก รองเจ้าคณะมณฑลอุบลราชธานี และพระมหารัฐ พระอุปัชฌาย์พร้อมกันที่วัดสีทอง (วัดศรีเมืองในปัจจุบัน) พระครูวิโรจน์รัตโนบล ที่วัดทุ่งศรีเมือง และองค์หลวงปู่เสาร์ที่วัดบูรพา นับว่าเป็นการสูญเสียอันใหญ่หลวงของพุทธศาสนิกชนชาวเมืองอุบลราชธานี และของทั่วทั้งประเทศเลยก็ว่าได้ในครั้งนั้น ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนเลย

กลับคืนสู่วัดดอนธาตุ แต่ขาดพ่อแม่

พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ ๒๗ มกราคม ๒๔๓๒ วันขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๓ ปีฉลู ณ บ้านหนองขอน ต. หัวตะพาน อ. อำนาจเจริญ จ. อุบลราชธานี มรณภาพเมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๐๔ รวมอายุ ๗๒ ปี พรรษา ๕๑

ในพรรษาที่ตั้งศพอยู่วัดบูรพา องค์หลวงปู่บัวพาได้แบกเอาความว้าเหว่ที่ไร้ร่มโพธิ์ร่มไทรที่ให้ร่มเงาเฝ้าอยู่เป็นสุข ทุกข์ก็ดับเย็น กลับเป็นเหมือน

ฝูงนกไม่มีป่า เหมือนฝูงปลาไม่มีหนอง ห้วยคลองไม่มีแม้แต่น้ำ ได้กลับมาดูวัด ปฏิบัติตามคำสั่งเสียขององค์หลวงปู่ กลับมาสู้กับความเศร้าโศก

วัดดอนธาตุเมื่อขาดองค์หลวงปู่ น้ำมูลดูเหมือนขุ่นมัว แต่ก่อนเคยนั่งเฝ้ารับใช้องค์หลวงปู่เจ้าทุกค่ำเช้าเราสุขนักหนา เดี๋ยวนี้เมื่อเราเข้ามานั่งเฝ้าแลดูแต่กุฏิพ่อแม่ผู้มีพระคุณ ยามเช้าก็ไม่ได้อาจาริยวัตร ยามกลางคืนเงียบสงัดก็ไม่ได้ปฏิบัติบีบนวดถวาย ญาติโยมกเศร้า พระเณรก็เงียบเหงา นั่งดูร่องรอยที่อยู่เก่าๆ ของหลวงปู่เจ้าฝากไว้ สู้ทนกัดฟันแข็งใจพาหมู่อยู่ไป สักวันคงได้พึ่งตนจนได้ ไม่สายเกินรอ

อยู่จำพรรษาวัดดอนธาตุปีนี้ไม่มีพ่อแม่ครูอาจารย์ องค์หลวงปู่บัวพาท่านได้พาพระเณรอยู่รักษาศรัทธาญาติโยม เพื่อเขาเหล่านั้นไม่ซบเซาเหงาโศกจนเกินไป เพื่อเป็นกำลังใจของชาววัดและชาวบ้าน พรรษานั้นองค์หลวงปู่บัวพาต้องรับภาระดูแลหมู่เพื่อน ทั้งการอบรม ทั้งการสวดพระปาฏิโมกข์

แรกๆ องค์หลวงปู่บัวพามีความหนักใจในเรื่องสวดพระปาฏิโมกข์ เพราะองค์ท่านท่องพระปาฏิโมกข์ยังไม่จบเลย เพราะไม่ค่อยมีเวลาท่องเอาเสียเลย ท่านจึงตั้งอธิษฐานจิตด้วยความจริงใจว่า ถ้าเราสวดพระปาฏิโมกข์ไม่จบภายในพรรษา เราจะสึก จะไม่ขออยู่อีกต่อไป

พอองค์ท่านอธิษฐานจิตดังนั้นแล้ว องค์ท่านก็ตั้งใจท่องพระปาฏิโมกข์ให้ได้เพราะองค์ท่านไม่อยากสึก ปรากฏว่าองค์ท่านท่องพระปาฏิโมกข์ไม่กี่วันก็ได้จบ จึงพาหมู่อยู่ด้วยความสะดวกขึ้นบ้าง

พอออกพรรษาปีนี้ท่านต้องไปเตรียมช่วยงานถวายเพลิงศพขององค์หลวงปู่เสาร์ที่วัดบูรพา เมื่อเสร็จงานถวายพระเพลิงศพแล้ว องค์หลวงปู่ได้ไปโปรดโยมมารดาและญาติโยมที่บ้านเดิมของท่านที่บ้านกุดกุง ตำบลสงเปลือย อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร (ปัจจุบัน)

บ้านทรายมูล
(บ้านที่หลวงปู่บิณฑบาตตอนกลับมาอยู่วัดดอนธาตุ)

กุฏิพระริมน้ำวัดดอนธาตุ

ไปกราบนมัสการองค์หลวงปู่ใหญ่มั่น และจำพรรษาที่วัดบ้านโคก

หลวงปู่กงมา จิรปุญ โญ เกิดเมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๔๔๓ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีชวด ณ บ้านโคก ต. ตองโขบ อ. โคกศรีสุพรรณ จ. สกล นคร มรณภาพเมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๐๐ รวมอายุ ๖๑ ปี ๑๑ เดือน ๑๑ วัน พรรษา ๓๔

ในปีนั้นองค์หลวงปู่บัวพาได้ตั้งใจขึ้นไปกราบนมัสการองค์หลวงปู่ใหญ่มั่นที่วัดป่าบ้านนามน (วัดนาคนิมิตรในปัจจุบัน) จังหวัดสกลนคร ได้รับการอบรมอยู่กับองค์หลวงปู่มั่น แล้วเลยไปจำพรรษาที่วัดบ้านโคก อำเภอเมืองจังหวัดสกลนคร อยู่จำพรรษากับองค์หลวงปู่กงมา และหลวงปู่อ่อน

หลวงปู่กงมากับหลวงปู่อ่อน และหลวงปู่บัวพา ได้พร้อมกันไปรับการอบรมฟังธรรมองค์หลวงปู่มั่นสามวันต่อครั้งตลอดพรรษาอยู่มิได้ขาด เพราะสองวัดนี้ไม่ห่างไกลกันนัก

ในสมัยองค์หลวงปู่บัวพาปฏิบัติองค์หลวงปู่เสาร์อยู่นั้น ไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาภาวนาอย่างเดียว แต่ภาวนาและอุปัฏฐากไปพร้อมกันเพราะอุปัฏฐากอยู่ดุจดังเงา รับใช้อย่างใกล้ชิดทั้งกลางวันกลางคืน พอมาอยู่จำพรรษานี้ ได้รับกาอบรมจากองค์หลวงปู่มั่นเป็นประจำ และภาวนาอย่างเดียว รู้สึกว่าได้ผลขึ้นโดยลำดับ ในพรรษานี้ทำให้จิตใจเพลิดเพลินในการทำจิตภาวนาเป็นอย่างยิ่ง

พอออกพรรษาแล้ว ได้ถือโอกาส กราบลาองค์หลวงปู่มั่นและครูบาอาจารย์เพื่อแสวงหาที่วิเวกต่อไปเรื่อยๆ ได้ธุดงค์ไปในเขตภูเขาลำเนาไพรระหว่างเทือกเขาภูพาน เขตจังหวัดสกลนคร ไปทั่วๆ หลายๆ พื้นที่ มีความเพลินอยู่กับการภาวนาอย่างยิ่ง จึงได้เที่ยววิเวกไปทั้งขึ้นทั้งลงแถวเทือกเขาภูพาน เกือบทุกที่มีแต่ความวิเวกอันเป็นธรรม

ธุดงค์ไปพบหลวงปู่หลุย จันทสาโร

ในช่วงออกจากวัดองค์หลวงปู่มั่นใหม่ๆ ได้ธุดงค์ไปพบกับองค์หลวงปู่หลุย จันทสาโร ได้ไปบิณฑบาตด้วยกัน กลับจากบิณฑบาตมาจัดที่ฉันที่เถียงนาแห่งหนึ่ง ก็จัดของใครของเราลงในบาตร หลวงปู่หลุยท่านเล่นตลก เล่นเอาหมกเอาห่ออาหารที่บิณฑบาตได้มา แกะออกแล้ววางแบห่อหมกอาหารไปตามพื้นเถียงนา มีกี่หมกกี่ห่อแกะวางไว้หมด แล้วกฉันจ้ำหมกนั้น จ้ำห่อนี้ฉันไป

ซุ้มประตูวัดวิสุทธิธรรมหรือวัดบ้านโคก

(บน) ศาลาวัดบ้านโคกที่ประดิษฐานรูปหล่อพระอาจารย์มั่น (ล่าง) กุฏิพระอาจารย์มั่น

กุฏิพระอาจารย์มั่น

หลวงปู่หลุย จันทสาโร เกิดเมื่อวันอังคารที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๔๔ วันขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๓ ปีฉลู ณ ต. กุดป่อง อ.เมือง จ. เลย มรณภาพ เมื่อวันจันทร์ ที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๓๒ เวลา ๐๐.๔๓ น.  ณ โรงพยาบาลหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ รวมอายุ ๘๘ ปี ๑๐ เดือน ๑๔ วัน พรรษา ๖๔

เรามองดูท่าน ท่านก็หัวเราะท่านก็พูดขึ้นว่า ฉันอย่างนี้แหละ เรามันถึงถนัด มันถึงอร่อยเป็นธรรมชาติดี ไปอยู่กับพ่อแม่ครูอาจารย์มั่นฉันไม่ถนัด ฉันไม่อร่อยสักที ทำอย่างนี้มันถึงอร่อยถึงใจ ท่านว่าแล้วก็หัวเราะไป ฉันไป เพราะอยู่ในสำนักองค์หลวงปู่มั่นฉันรวมลงในบาตรทั้งหมด ไม่มีถ้วยไม่มีจาน ช้อนก็ไม่ได้ซด ฉันด้วยมือ แต่หลวงปู่หลุยท่านคงทำของท่านครั้งเดียวเท่านั้น เพราะต่อมาเจอองค์ท่านอีก ไม่เคยเห็นท่านทำอย่างอยู่ที่เถียงนานั้นอีกเลย

ผีมีจริงหรือไม่

ในระหว่างเที่ยววิเวกอยู่ในเขตจังหวัดสกลนครนั้น ได้ขึ้นไปภาวนาอยู่บนเขาลูกหนึ่งไกลจากหนองหาน ไม่มากนัก ไปกับหลวงปู่หลอด ปโมฐิโต ได้อบรมสั่งสอนให้ญาติโยม ชาวบ้านเลิกละการนับถือผีปีศาจพวกอาฮัก (อารักษ์) หลักเมือง ตาแฮกตาปู่ สอนให้ตั้งอยู่ในศีลในธรรมสอนให้นับถือพระไตรสรณคมน์อย่างเดียว

ชาวบ้านเมื่อรู้ว่าการนับถือพระพุทธเจ้าพระธรรม พระสงฆ์ ซึ่งเป็นของเลิศเป็นของประเสริฐเลิศยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด จึงพากันเลิกนับถือผีทั้งบ้าน พากันไปขอขึ้นไตรสรณคมน์กันหมดทั้งบ้าน

มีอยู่วันหนึ่งที่บ้านกวนบุ่น อำเภอเต่างอย แม่ตันซึ่งเป็นเฒ่าจ้ำหรือคนทรงผี หรือคนที่เป็นสื่อผี หรือเป็นคนที่ติดต่อผี พูดกันรู้เรื่องกับผีได้เหมือนคนทรง หรือหัวหน้าผีก็เรียก เบื่อหน่ายในการนับถือผี เมื่อมีครูบาอาจารย์พอที่จะเป็นที่พึ่งได้ ก็ให้ลูกหลานพาไปหาหลวงปู่ องค์หลวงปู่บัวพา อยู่กับหลวงปู่หลอด ไปขอขึ้นพระไตรสรณคมน์ พอไปถึงก็เล่าเรื่องให้องค์หลวงปู่ฟังและขอครูบาอาจารย์จงเป็นที่พึ่งแก่ข้าพเจ้า จากนั้นองค์หลวงปู่ก็ให้ขึ้นไตรสรณคมน์ องค์หลวงปู่บอกให้ว่าตาม พอแกว่าตามไปยังไม่ถึงครึ่ง ผู้อื่นมาเข้า แกสั่นทั้งตัว ตาขวาง พูดเหมือนเสียงคำรามขึ้นอย่างแรง

หลวงปู่หลอด ปโมฐิโต ( พระครูปราโมทย์รรมธาดา ) วัดสิริกมลาวาส (วัดใหม่เสนา) เขตลาดพร้าว กรุง เทพฯ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ ๙ ธันวาคม ๒๔๕๘ ณ บ้านขาม ต.หัวนา อ. หนองวัวลำภู จ. อุดรธานี (ปัจจุบันเป็น จ. หนองบัวลำภู)

องค์หลวงปู่เห็นดังนั้น จึงบอกให้ลูกหลานจับกุมแกไว้ ต้องได้หยุดการขึ้นไตรสรณคมน์ ก็ไม่รู้ว่าจะทำประการใดดี จึงบอกลูกหลานแกไปเอาน้ำมาทำน้ำมนต์ พอองค์หลวงปู่ทำน้ำมนต์ไปได้สักพักหนึ่ง เฒ่าหัวหน้าผีก็พูดคำรามอย่างแรงออกมาว่า

ทำมาเลยน้ำมนต์ น้ำมนต์ทำมาเลย อย่าว่าแต่น้ำมนต์แค่นี้ กูจะกินมันหมดหนองหานนี้ละ ทำมาเลย

องค์หลวงปู่เห็นว่าน้ำมนต์ใช้ไม่ได้เสียแล้ว จะทำอย่างไรดี จึงได้ปรึกษากันกับหลวงปู่หลอดซึ่งนั่งอยู่ด้วยกันว่าจะเอาอย่างไรดี จึงนึกขึ้นได้ว่า เอ้า! เรานั่งสมาธิดีกว่า

ผีมันก็ขึ้นของมันอยู่นั่นแหละ แต่ลูกหลานก็ช่วยกันจับแกเอาไว้ ต่างองค์ก็ต่างนั่งสมาธิหันหน้าออกจากกัน นั่งสมาธิอยู่สักครู่ จิตก็สงบปั๊บ หลวงปู่ ได้เล่าว่า ได้ปรากฏเห็นพระราชาเสด็จขึ้นมาพร้อมกับมหาอำมาตย์ซ้ายขวา พอมาเห็นเฒ่าหัวหน้าผีเข้านั่น พระราชาสั่งมหาอำมาตย์ว่า จัดการมันเลย พร้อมกับชี้มือใส่ สั่งจัดการมันเดี๋ยวนี้ มหาอำมาตย์ก็วิ่ง เข้าใส่ จับเฒ่าผีนั้นยกขึ้นตีเข่าถีบเตะเอาแบบไม่ยั้งมือเลยทีเดียว

พอดีจิตถอนออกมา ลืมตาดู เห็นเฒ่าผีนั้นนั่งพนมมือ บอกว่า

“หลาบแล้ว ยอมแล้ว ยอมแล้ว หลาบแล้ว”

พอแกได้สติขึ้นมา แกก็พูดว่า

“โอย น่าอายครูบาอาจารย์เด้”

รอให้แกตั้งสติเป็นปกติดีแล้ว องค์หลวงปู่จึงพาขึ้นไตรสรณคมน์ไปจนจบสามหน แล้วก็อบรมให้แกกับลูกๆ หลานๆ ให้อาจหาญร่าเริงมีจิตใจเข้มแข็ง ตั้งมั่นอยู่ในพระรัตนตรัย แล้วให้กลับบ้านไป

จากนั้นชาวบ้าน ทั้งบ้านทุกๆ คนไม่นับถือผีเลย พากันตั้งมั่นในไตรสรณคมน์ทั้งบ้านเลย เพราะผีนั้นมีแต่จะจับผิดหาเรื่องจะกินของเซ่น ทำให้เป็นนั่นเป็นนี่ คอยระวังแต่จะผิดผี ส่วนการนับถือพระรัตนตรัยไม่เห็นว่าผิดโน่นผิดนี่ ไม่ต้องคอยกลัวจะเป็นนั่นเป็นนี่เหมือนการถือผี

ผีเข้าเมียของเพื่อนที่เคยบวชด้วยกัน

วัดสิริกมลาวาส (วัดใหม่เสนา)

จากนั้นองค์หลวงปู่ก็เลยเล่าเรื่องผีเข้าเมียของเพื่อนให้ฟังว่า แกเคยบวชด้วยกันแล้วสึกไปเอาเมีย เราก็เป็นพระใหม่ๆ อยู่ เพื่อนก็มาขอร้องอ้อนวอนให้ไปช่วยเมียเขาบ้าง เพราะผีเข้า เมียแกจะตายอยู่แล้ว ไม่รู้จะไปพึ่งใคร เราก็ไม่รู้จะทำประการใด หาทางออกไม่เจอ จึงบอกให้แกไปเอาน้ำมาทำน้ำมนต์

เมียมันก็นอนไม่ลืมหูลืมตาดูใคร เราก็จุดเทียนทำน้ำมนต์ของเราไป สวดมนต์ของเราไปเรื่อยๆ สวดจากพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณยายอีนางผีเข้ามันนอนคลุมโปงอยู่ มันหัวเราะกิ๊กๆ แล้วพูดว่า

“ครูบาสวดมนต์เพราะแท้ ม่วนแท้ เสียงดีแท้” (อาจารย์สวดมนต์เพราะจริงๆ เสียงดีจริงๆ )

เราก็เป็นพระใหม่ ตรงไหนเราสวดไม่ได้ สวดไม่ถูก อีนางผีเข้ามันบอกเราเสร็จ มีแต่เสียงหัวเราะกับชมเรา เราสวดมนต์ผิดตรงไหนมันบอกเราหมด เราสวดอะไร อีนางผีเข้ามันได้ก่อนเราหมด จำเป็นไล่ผีเข้าเมียเพื่อนไม่ออก เลยบอกเพื่อน เราหมดปัญญาแล้วเพื่อนเอ๋ย ก็เลยกลับวัดขังตัวเอง ผีมันเก่งกว่าเรา ผีมันสวดมนต์ได้หมด เราสวดมนต์ไม่ได้เท่าผี ผีอย่างนี้ก็มีเหมือนกัน ผีมันเก่งจริงๆ องค์ท่านเล่าให้ฟัง ทั้งองค์ท่านหัวเราะ

จำพรรษาอยู่กับอาจารย์ดี

ธุดงค์จากสกลนครล่องลงมาทางนครพนม มาธาตุพนม มุกดาหาร มาเลิงนกทา เข้ามาจำพรรษาอยู่กับอาจารย์ดีที่บ้านกุดแห่ พระอาจารย์ดี ฉันโนนี้เป็นลูกศิษย์องค์หลวงปู่เสาร์ แต่เป็นศิษย์ผู้พี่เคยอยู่ร่วมกัน สมัยองค์หลวงปู่เสาร์ยังมีชีวิตอยู่

พระอาจารย์ดี ฉันโน

ซุ้มประตูวัดป่าสุนทราราม หรือ วัดบ้านกุดแห่

(บน) พระอุโบสถวัดป่าสุนทราราม
(ล่าง) ศาลาวัดป่าสุนทราราม

หน้าที่                   ๑๐