คลิกเมาส์ที่ใดก็ได้ในเฟรมนี้เพื่อเรียกเมนูด่วน
อกุศลกรรมบถ ๑๐
ทางแห่งอกุศลกรรม อันนำไปสู่ความเสื่อม ความทุกข์
(๑๐) มิจฉาทิฏฐิ
|
ถาม |
มิจฉาทิฏฐิ หมายความว่าอย่างไร |
||
|
ตอบ |
หมายความว่า มีความเห็นผิด มีความเข้าใจผิด |
||
|
|
|
||
|
ถาม |
มิจฉาทิฏฐินั้น เมื่อจะกล่าวโดยย่อๆ มีกี่ประการ ในที่นี้หมายเอามิจฉาทิฏฐิอะไร |
||
|
ตอบ |
มี ๓ ประการ คือ |
||
|
|
๑. สักกายทิฏฐิ ๒๐ ยึดมั่นในขันธ์ ๕ ว่าเป็นตัวตน |
||
|
|
๒. มิจฉาทิฏฐิ ๖๒ ที่แสดงไว้ในพรหมชาลสูตร แห่งสีลขันธวรรค |
||
|
|
๓. นิยตมิจฉาทิฏฐิ ๒ ที่แสดงไว้ในสามัญญผลสูตรแห่งสีลขันธวรรค |
||
|
|
|
||
|
|
สำหรับมิจฉาทิฏฐิที่กล่าวในมโนทุจติตนี้ มุ่งหมายเอา นิยตมิจฉาทิฏฐิ ๓ ที่สำเร็จเป็นกรรมบถเท่านั้น ส่วนมิจฉาทิฏฐิอื่นๆ นั้น เป็นเพียงทิฏฐิสามัญเท่านั้น |
||
|
|
|
||
|
ถาม |
นิยตมิจฉาทิฏฐิ ๓ นั้น คืออะไรบ้าง |
||
|
ตอบ |
นิยตมิจฉาทิฏฐิ ๓ นั้น คือ |
||
|
|
๑. นัตถิกทิฏฐิ ความยินดีพอใจในความเห็นที่เข้าใจว่า การกระทำทั้งหลาย จะเป็นความดีก็ตาม ความชั่วก็ตาม ไม่มีผลสนองในอนาคต- ชาติ ปฏิเสธ เช่น กุศลเจนาในการให้ทานไม่มีผล การบูชา ต่างๆ ก็ไม่มีผล สุคติทุคติก็ไม่มี กรรมทั้งหลายไม่มีผล โลกนี้โลกหน้าไม่มี มารดาบิดาไม่มีคุณ เทวดา พรหม ไม่มี- ในโลกนี้ สมณพราหมณ์ที่สามัคคีปฏิบัติชอบไม่มีในโลกนี้ หรือโลกหน้า ผู้ตรัสรู้เองไม่มี ดังนี้เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพราะ มีอุจเฉททิฏฐิ คือ ความเห็นว่า สัตว์ทั้งหลายตายแล้วสูญ ไม่มีการเกิดอีก ปฏิเสธทั้งผลปฏิเสธทั้งกรรมไปด้วย |
||
|
|
๒. อเหตุกทิฏฐิ มีความยินดีพอใจในความเห็นที่เข้าใจว่า สัตว์ทั้งหลาย ที่ได้รับความเศร้าหมองเร่าร้อน หรือความสะดวกสบายก็ตาม ในปัจจุบันนี้ ไม่ได้อาศัยอะไรเป็นเหตุให้เกิดขึ้นเลย เป็นไป เองทั้งสิ้น สัตว์ทั้งหลายที่จะบริสุทธิ์ก็เป็นไปเอง ไม่ใช่เป็นไป ด้วยเหตุปัจจัย หรือเหตุปัจจัยไม่ได้ทำให้สัตว์ทั้งหลายบริสุทธิ์ มีความเห็นปฏิเสธเหตุของกรรม และมีความเห็นต่อไปว่า ผลของกรรมก็ย่อมไม่มีเหมือนกัน เป็นอันว่า ปฏิเสธ ทั้งเหตุทั้งผลไปด้วย |
||
|
|
๓. อกริยทิฏฐิ ความยินดีพอใจในความเห็นที่เข้าใจว่า สัตว์ทั้งหลาย ทำดีก็ตาม ทำชั่วก็ตาม เป็นสักแต่ว่ากระทำ ไม่เป็นบุญ ไม่เป็นบาป จะทำเองก็ตาม ใช้ให้คนอื่นทำก็ตาม ไม่เป็นบุญ ไม่เป็นบาป กระทำร้ายผู้อื่น การลงโทษผู้อื่น ให้ได้รับความเดือดร้อน จะทำเองก็ตาม ใช้ให้คนอื่นทำ ก็ตาม ไม่ชื่อว่าทำบาป ตลอดจนการประพฤติ ผิดศีลทุกๆ ข้อ เห็นว่าไม่เป็นบาปทั้งนั้น เป็นอันว่า ปฏิเสธกรรมอันเป็นตัวเหตุ และปฏิเสธผลของกรรม ไปในตัวด้วย |
||
|
|
|
||
|
ถาม |
องค์ของมิจฉาทิฏฐิ มีเท่าไร อะไรบ้าง |
||
|
ตอบ |
มี ๒ ประการคือ |
||
|
|
๑. |
อตฺถวิปรีตตา |
ตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์ที่ผิด |
|
|
๒. |
ตถาภาวุปฏฺฐานํ |
เชื่อและยินดีพอใจในอารมณ์นั้น |
|
|
|
||
|
ถาม |
มิจฉาทิฏฐิต่างๆ ดังที่กล่าวมาแล้วนั้น ให้โทษต่างกันอย่างไร |
||
|
ตอบ |
ให้โทษต่างกันคือ นัตถิกทิฏฐิ อเหตุกทิฏฐิ อกริยาทิฏฐิ ทั้ง ๓ นี้ อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นที่ครบองค์กรรมบถ เป็นอปายคมนียะ คือ เป็นชนกกรรมนำไปปฏิสนธิ ในอบายภูมิ ส่วนมิจฉาทิฏฐิอื่นๆ ไม่ครบองค์กรรมบถ ก็เป็นอกุศลทุจริต ให้ผลในปวัตติกาลได้ |
||
|
|
|
||
|
ถาม |
มิจฉาทิฏฐิมีโทษมาก มีโทษน้อย เพราะเหตุไร |
||
|
ตอบ |
มีโทษมาก เพราะเหตุดังนี้ |
||
|
|
๑. เพราะอาเสวนะมาก |
||
|
|
๒. เพราะมีความเห็นผิดดิ่ง |
||
|
|
|
||
|
|
มีโทษน้อย เพราะเหตุดังนี้ |
||
|
|
๑. เพราะอาเสวนะน้อย |
||
|
|
๒. เพราะมีความเห็นผิดไม่ดิ่ง |
||