#echo banner="" บทสวดทำวัตรเช้า/

คลิกเมาส์ที่ใดก็ได้ในเฟรมนี้เพื่อเรียกเมนูด่วน

ทำวัตรเช้า

อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภควา,

พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองโดยชอบ,

พุทฺธํ ภควนฺตํ อภิวาเทมิ.

ข้าพเจ้าถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาค พระพุทธเจ้า (กราบ)

สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม, ธมฺมํ นมสฺสามิ.

พระธรรม อันพระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ดีแล้ว,ข้าพเจ้าขอนมัสการพระธรรม (กราบ)

สุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ, สงฺฆํ นมามิ.

พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ปฏิบัติดีแล้ว,ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระสงฆ์ (กราบ)

ผู้เป็นหัวหน้ากล่าวนำดังนี้

หนฺท มยํ พุทฺธสฺส ภควโต ปุพฺพภาคนมการํ กโรม เส.

สวดพร้อมกัน

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส

ขอนอบน้อม แด่พระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส

ขอนอบน้อม แด่พระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส

ขอนอบน้อม แด่พระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น

ผู้เป็นหัวหน้ากล่าวนำดังนี้

หนฺท มยํ พุทฺธาภิถุตึ กโรม เส.

สวดพร้อมกัน

โย โส ตถาคโต อรหํ สมฺมาสมฺพุทโธ

พระตถาคตเจ้านั้น พระองค์ใด เป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองโดยชอบ

วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู

เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เป็นผู้ไปดีแล้ว เป็นผู้ทรงรู้แจ้งโลก

อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ

เป็นผู้ฝึกบุรุษที่ควรฝึก ไม่มีผู้อื่นสามารถทำได้ยิ่งกว่า

สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควา

เป็นผู้สอนของเทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกธรรม

โย อิมํ โลกํ สเทวกํ สมารกํ สพฺรหฺมกํ

พระองค์ใด ทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้ว สอนโลกนี้ กับทั้งเทวดา มาร พรหม

สสฺสมณพฺราหฺมณึ ปชํ สเทวมนุสฺสํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทสิ

และหมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ และเทวดา มนุษย์ให้รู้ตาม

โย ธมฺมํ เทเสสิ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ

พระองค์ใด ทรงแสดงแล้วซึ่งธรรม ไพเราะในเบื้องต้น ไพเราะในท่ามกลาง ไพเราะในที่สุด

สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสสิ

ประกาศพรหมจรรย์ พร้อมทั้งอรรถพร้อมทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง

ตมหํ ภควนฺตํ อภิปูชยามิ

ข้าพเจ้า บูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น

ตมหํ ภควนฺตํ สิรสา นมามิ

ข้าพเจ้า นอบน้อมพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ด้วยเศียรเกล้า (กราบ)

ผู้เป็นหัวหน้ากล่าวนำดังนี้

หนฺท มยํ ธมฺมาภิภุตึ กโรม เส.

สวดพร้อมกัน

โย โส สฺวากขาโต ภควตา ธมฺโม

พระธรรมนั้น ส่วนใดอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสดีแล้ว

สนฺทิฏฺฐิโก อกาลิโก เอหิปสฺสิโก

เอันผู้ปฏิบัติเห็นเอง ให้ผลไม่มีกาล ควรที่จะเรียกว่า ท่านจงมาดูได้

โอปนยิโก ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหิ

ควรน้อมเข้ามาไว้ในใจ อันพวกวิญญูชนพึงรู้ได้เฉพาะตัว

ตมหํ ธมฺมํ อภิปูชยามิ

ข้าพเจ้าบูชาพระธรรมส่วนนั้น

ตมหํ ธมฺมํ สิรสา นมามิ

ข้าพเจ้านอบน้อมพระธรรมส่วนนั้น ด้วยเศียรเกล้า (กราบ)

ผู้เป็นหัวหน้ากล่าวนำดังนี้

หนฺท มยํ สงฺฆาภิภุตึ กโรม เส.

สวดพร้อมกัน

โย โส สุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ

พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเข้า เป็นผู้ปฏิบัติดีแล้ว

อุชุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ

พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ปฏิบัติตรงแล้ว

ญายปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ

พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ปฏิบัติถูกแล้ว

สามีจิปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ

พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ปฏิบัติชอบแล้ว

ยทิทํ

คือ

จตฺตาริ ปุริสยุคานิ อฏฺฐ ปุริสปุคฺคลา

คู่แห่งบุรุษทั้งหลาย ๔ บุรุษบุคคลทั้งหลาย ๘

เอส ภควโต สาวกสงฺโฆ

นี่แหละพระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า

อาหุเนยฺโย

ท่านเป็นผู้ควนสักการะที่เขานำมาบูชา

ปาหุเนยฺโย

ท่านเป็นผู้ควรของต้อนรับ

ทกฺขิเณยฺโย

ท่านเป็นผู้ควรทักษิณาทาน

อญฺชลีกรณีโย

ท่านเป็นผู้ควรอัญชลีกรรม

อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส

ท่านเป็นนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ดังนี้

ตมหํ สงฺฆํ อภิปูชยามิ

ข้าพเจ้าขอบูชาโดยยิ่ง  ซึ่งพระสงฆ์หมู่นั้น

ตมหํ สงฺฆํ สิรสา นมามิ

ข้าพเจ้าขอนอบน้อม ซึ่งพระสงฆ์หมู่นั้น ด้วยเศียรเกล้า (กราบ)

ผู้เป็นหัวหน้ากล่าวนำดังนี้

หนฺท มยํ รตนตฺตยปฺปณามคาถา โย เจว สํเวคปริทีปก ปาฐญฺจ ภณาม เส.

สวดพร้อมกัน

พุทฺโธ สุสุทฺโธ กรุณามหณฺณโว

พระพุทธเจ้าพระองค์ใด เป็นผู้หมดจดดีแล้ว มีพระกรุณาดุจห้วงมหรรณพ

โยจฺจนฺตสุทฺธพฺพรญาณโลจโน

มีพระปัญญาจักษุหมดจดแล้วโดยส่วนเดียว

โลกสฺส ปาปูปกิเลสฆาตโก

ฆ่าบาปและอุปกิเลสแห่งโลก

วนฺทามิ พุทฺธํ อหมาทเรน ตํ

ข้าพเจ้าขอไหว้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นด้วยความเคารพ

ธมฺโม ปทีโป วิย ตสฺส สตฺถุโน

พระธรรมของพระศาสดาจารย์เจ้าพระองค์นั้น ราวกับประทีป

โย มคฺคปากามตเภทภินฺนโก

พระธรรมอันใดต่างโดยประเภทคือมรรคผลและนิพพาน

โลกุตฺตโร โย จ ตทตฺถทีปโน

เป็นธรรมข้ามโลก และธรรมอันใด ส่งเนื้อความแห่งโลกุตรธรรมนั้น

วนฺทามิ ธมฺมํ อหมาทเรน ตํ

ข้าพเจ้าขอไหว้พระธรรมอันนั้นโดยความเคารพ

สงฺโฆ สุเขตฺตาภยติเขตฺตสฺญญิโต

พระสงฆ์หมู่ใดจัดเป็นนาดียิ่งกว่านาที่ดี มีความระงับ

โย ทิฎฺฐสนฺโต สุคตานุโพธโก

อันประจักษ์แล้ว รู้ตามเสด็จพระสุคตเจ้า มีกิเลสอัน

โลลปฺปหีโน อริโย สุเมธโส

ละได้แล้ว เป็นอริยเจ้ามีปัญญาดี

วนฺทามิ สงฺฆํ อหมาทเรน ตํ

ข้าพเจ้าขอไหว้พระสงฆ์หมู่นั้น โดยความเคารพ

อิจฺเจวเมกนฺตภิปูชเนยฺยกํ

บุญอันใด ที่ข้าพเจ้าไหว้วัตถุ ๓ ซึ่งเป็นของควรบูชาโดย

วตฺถุตฺตยํ วนฺทยตาภิสงฺขตํ

ส่วนเดียว สั่งสมแล้วอย่างนี้ ๆ ขอสรรพอุปัทวะทั้งหลาย

ปุญฺญํ มยายํ มม สพฺพุปทฺทวา 

จงอย่ามี ด้วยความประสิทธานุภาพแห่งบุญนั้นแล

มา โหนฺตุ เว ตสฺส ปภาวสิทฺธิยา

 
 

อิธ ตถาคโต โลเก อุปฺปนฺโน อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ

ในโลกนี้ พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเกิดขึ้นแล้ว

ธมฺโม จ เทสิโต

และธรรมอันพระตถาคตเจ้าทรงแสดงแล้ว

นิยฺยานิโก

เป็นไปเพื่อนำสัตว์ออก

อุปสมิโก

เป็นไปเพื่ออันสงบระงับ

ปรินิพฺพานิโก

เป็นไปเพื่อดับรอบ

สมฺโพธคามี

ให้ถึงความตรัสรู้

สุคตปฺปเวทิโต

พระสุคตประกาศแล้ว

มยนฺตํ ธมฺมํ สุตฺวา เอวํ ชานาม

เราได้ฟังธรรมนั้นแล้ว จึงรู้อย่างนี้ว่า

ชาติปิ ทุกฺขา

แม้ความเกิด เป็นทุกข์

ชราปิ ทุกฺขา

แม้ความแก่ เป็นทุกข์

มรณมฺปิ ทุกขํ

แม้ความตาย เป็นทุกข์

โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสาปิ ทุกฺขา

แม้ความแห้งใจ  ความร่ำไรรำพัน ความทุกข์ ความเสียใจ ความคับแค้นใจ เป็นทุกข์

อปฺปิเยหิ สมฺปโยโค ทุกฺโข

ความประจวบสิ่งอันไม่เป็นที่รัก เป็นทุกข์

ปิเยหิ วิปฺปโยโค ทุกฺโข

ความพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก เป็นทุกข์

ยมฺปิจฺฉํ น ลภติ ตมฺปิ ทุกฺขํ

ปรารถนาอยู่ ยอมไม่ได้ แม้อันใด แม้อันนั้น เป็นทุกข์

สงฺขิตฺเตน ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา ทุกฺขา

โดยย่อ อุปาทานขันธ์ ๕ เป็นทุกข์

เสยฺยถีทํ

กล่าวคือ

รูปูปาทานกฺขนฺโธ

อุปาทานขันธคือรูป

เวทนูปาทานกฺขนฺโธ

อุปาทานขันธ์คือ เวทนา

สญฺญูปาทานกฺขนฺโธ

อุปาทานขันธ์คือสัญญา

สงฺขารูปทานกฺขนฺโธ

อุปาทานขันธ์คือสังขาร

วิญฺญาณูปาทานกฺขนฺโธ

อุปาทานขันธ์คือ วิญญาณ

เยสํ ปริญฺญาย ธรมาโน โส ภควา

เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้า ยังดำรงพระชนม์อยู่

เอวํ พหุลํ สาวเก วิเนติ

ย่อมแนะนำสาวกทั้งหลายเพื่อให้กำหนดรู้อุปาทานขันธ์ ๕ นี้โดยมาก

เอวํ ภาคา จ ปนสฺส ภควโต สาวเกสุ อนุสาสนี พหุลา ปวตฺตติ

ก็แล พระวาจาที่ทรงสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นมีส่วนอย่างนี้ เป็นไป เป็นไปโดยมาก ในสาวกทั้งหลาย ว่า

รูปํ อนิจฺจํ

รูปไม่เที่ยง

เวทนา อนิจฺจา

เวทนา ไม่เที่ยง

สญฺญา อนิจฺจา

สัญญา ไม่เที่ยง

สงฺขารา อนิจฺจา

สังขารทั้งหลาย ไม่เที่ยง

วิญฺญาณํ อนิจฺจํ

วิญญาณ ไม่เที่ยง

รูปํ อนตฺตา

รูปเป็นอนัตตา

เวทนา อนตฺตา

เวทนา เป็นอนัตตา

สญฺญา อนตฺตา

สัญญา เป็นอนัตตา

สงฺขารา อนตฺตา

สังขารทั้งหลาย เป็นอนัตตา

วิญฺญาณํ อนตฺตา

วิญญาณ เป็นอนัตตา

สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา

สังขารทั้งหลายทั้งปวง ไม่เที่ยง

สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตาติ

ธรรมทั้งหลายทั้งปวง เป็นอนัตตา ดังนี้

เต (สตรีว่า ตา) มยํ โอติณฺณามห ชาติยา ชรามรเณน  โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ

เราทั้งหลาย เป็นผู้อัน ชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส ครอบงำแล้ว

ทุกโขติณฺณา

ชื่อว่าเป็นผู้มีทุกข์ครอบงำแล้ว

ทุกฺขปเรตา

มีทุกข์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า

อปฺเปวนามิมสฺส เกวลสฺส ทุกขกฺขนฺธสฺส อนฺตกิริยา ปญฺญาเยถาติ

ทำไฉน ความที่สุดแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ จะพึงปรากฏ

จิรปรินิพฺพุตมฺปิ ตํ ภควนฺตํ สรณํ คตา

เราถึงแล้ว ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า แม้ปรินิพพานนานแล้ว พระองค์นั้น เป็นสรณะ

ธมฺมญฺจ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ

ซึ่งพระธรรมด้วย ซึ่งพระสงฆ์ด้วย

ตสฺส ภควโต สาสนํ ยถาสตฺติ ยถาพลํ มนสิกโรม อนุปฏิปชฺชาม

กระทำในใจอยู่ ปฏิบัติตามอยู่ ซึ่งคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น ตามกำลังความสามารถ

สา สา โน ปฏิปตฺติ

ขอความปฏิบัตินั้น ๆ ของเรา

อิมสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส อนฺตกิริยาย สํวตฺตตูติ

จงเป็นไปเพื่ออันกระทำที่สุดแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ เทอญ