#echo banner="" อานิสงส์ของการสวดพระพุทธคุณและคาถาเงินล้าน 1/

คลิกเมาส์ที่ใดก็ได้ในเฟรมนี้เพื่อเรียกเมนูด่วน

อานิสงส์ของการสวดพระพุทธคุณและคาถาเงินล้าน

จากหนังสือ อานิสงส์ของการสวดพระพุทธคุณ

ของ พระราชสุทธิญาณมงคล วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี

อนุโมทนา

สวดมนต์ไหว้พระเป็นธรรมประจำชีวิต เป็นข้อคิดประจำชีวิต เกิดผลผลิเพื่องอกงามสร้างความดีให้แก่ตน ผลกำไรเป็นความดี เพื่อมอบให้แก่เพื่อนร่วมชาติร่วมโลกได้อยู่ด้วยกันด้วยความโชค ดีทุกๆ ท่าน

ขอให้ท่านพร้อมสมาชิกในครอบครัวได้สวดมนต์กันทุกคน ทุกครอบครัว เพื่อเป็นมงคลชีวิต จะเกิดฐานะดี มีปัญญา จะมีความสุขความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไปในชีวิต

ขอให้ท่านชวนลูกหลานทุกๆ คน สวดมนต์ก่อนนอน ถ้าท่านทั้งหลาย ตั้งใจ - ศรัทธา เชื่อมั่น ลูกหลานได้สวดมนต์ ตามหนังสือนี้แล้ว ผลที่ได้รับจากการสวดมนต์นั้น

1. ลูกหลานจะมีระเบียบวินัยที่ดี

2. ลูกหลานจะไม่เถียง จะเคารพเชื่อฟังพ่อ - แม่ เขาจะรู้ว่าเขาเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ - จะวางตัวได้เหมาะสม

3. เมื่อเจริญวัยเป็นหนุ่มสาว จะเป็นลูกหลานที่ดีของพ่อ - แม่ เป็นพลเมืองที่ดีของสังคมและประเทศชาติ

4. ผู้ที่สวดและปฏิบัติเป็นประจำจะเจริญรุ่งเรืองพัฒนาสถาพร จะรวย จะสวย จะดีมีปัญญา จะสมประสงค์ในสิ่งที่ดีงาม ตลอดไปทุกประการ

ขออำนวยพร

พระราชสุทธิญาณมงคล

วัดอัมพวัน อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี

"สวดมนต์เป็นนิตย์ อธิษฐานจิตเป็นประจำ อโหสิกรรมก่อนแล้วค่อยแผ่เมตตา"

อยากรวย ให้พากันทำทาน อยากสวย ให้พากันรักษาศีล อยากดี ให้พากันเจริญภาวนา

อานิสงส์ของการสวดพระพุทธคุณ

พระพุทธคุณ อาตมาสังเกตมาว่า บางคนเขาไปหาหมอดู เคราะห์ร้ายก็ต้องสะเดาะเคราะห์ อาตมาก็มาดูเหตุการณ์ โชคลางไม่ดีก็เป็นความจริงของหมอดู อาตมาก็ตั้งตำราขึ้นด้วยสติบอกว่า โยมไปสวดพระพุทธคุณเท่าอายุให้เกินกว่า ๑ ให้ได้เพื่อให้สติดี เท่าที่ใช้ได้ผลสวดตั้งแต่ นะโม พุทธัง ธรรมมัง สังฆัง พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ พาหุง มหากา จบแล้วย้อนกลับมาข้างต้น เอาพุทธคุณห้องเดียว ห้องละ ๑ จบ ต่อ ๑ อายุ ๔๐ สวด ๔๑ อายุ ๓๕ สวด ๓๖ ก็ได้ผล

ชาวคริสต์กับพระพุทธคุณ

มีชาวคริสต์คนหนึ่ง อยู่แถวลาดพร้าว อายุ ๕๑ ปี มีลูกชายคนเดียว สามีตาย เป็นเศรษฐีที่ กทม. ราชาที่ดิน ที่ดินข้างคลองแสนแสบของเขาทั้งนั้นไปจรดลาดพร้าวหลายร้อยไร่ เมื่อสมัยก่อนก็ขายได้หลายร้อยล้าน เป็นผู้มีเงิน ลูกชายเรียนหนังสือไม่เก่ง ก็ส่งไปเรียนเมืองนอก ไปเรียนปริญญาที่อเมริกา ลูกไม่เอาไหนไปซื้อรถเก๋งพาจิ๊กโก๋ ไปหา จิ๊กกี๋ 3 ปีแล้ว ก็มีหนังสือมาหลอกแม่เรื่อย เรียนใกล้สำเร็จแล้วขอเงินอีก ๑ แสน อีก ๕ แสน

แล้วในที่สุดเขาไม่รู้จะไปหาที่พึ่งที่ไหน ก็ไปหาหมอดู หมอดูก็เอาเงินสะเดาะเคราะห์ ลูกถึงจะเรียนได้ ไปหาหมอทำ ก็ไม่สามารถจะทำให้เรียนสำเร็จได้

แต่พอดีมีคนที่สิงห์บุรีไปเป็นลูกจ้างบ้านนั้น เขาเป็นนายทุนให้ ก็พากันไปนครสวรรค์ กลับมาเขาก็เลยอยากให้อาตมาช่วย เขาก็พามาแวะ

เขาบอก "อย่าแวะ"

ก็เลยแกล้งเพทุบายว่า "ปวดท้องแวะเข้ามาวัดนี้หน่อย จะเข้าห้องน้ำ"

แวะเข้ามาแล้ว นายทุนคนนี้ ก็เข้าห้องน้ำด้วย คนนั้นก็มาบอกอาตมาว่า "หลวงพ่อช่วยทีเถอะ" แต่อาตมาก็ยัง ไม่รู้ว่าเขาเป็นคริสต์

บอก "ช่วยหน่อยเถอะเขามีลูกชายคนเดียว ผมก็ขอยืมเงินเขาใช้เรื่อย"

เราก็นึกในใจ ขอดูหน้าก่อน แล้วเขาก็พามา แล้วก็บอกให้ฟังว่า "ลูกชายไปเรียนที่อเมริกาไม่เอาไหนเลย พอรู้เข้าว่าเขาเรียนไม่สำเร็จ ไปเที่ยวพา นักศึกษาไทยไปเสียหายกัน ฉันจะเป็นโรคประสาทแล้ว ท่านจะมีทางช่วยได้ไหม"

ดูหน้าแล้วก็รู้ว่าลูกชายต้องสำเร็จ ปริญญาโท แล้วจะสำเร็จปริญญาเอกด้วย แต่ทำไมเรียนไม่สำเร็จ เดี๋ยวมีวิธีแก้ เพราะลักษณะบอกให้รู้ถึงลูกชายด้วยว่าลูกชายต้องเรียนสำเร็จ แต่ทำไมเรียนไม่สำเร็จ

มีวิธีแก้ อาตมาก็บอกว่า "โยมไปสวดมนต์ สวดพุทธคุณ ๕๒ จบ" เพราะตอนนี้อายุ๕๑

เขาก็บอก "ฉันสวดไม่ได้ ฉันเป็นคริสต์"

"พระบิดา พระบุตร พระจิต สวดได้ไหม?"

"ฉันเป็นคริสต์แบบชาวพุทธที่สวดมนต์ไม่เป็น ไปวัด เข้าโบสถ์ ก็เข้าไปอย่างนั้นเอง"

วันนั้นก็เจ๊าไป ไม่ยอมรับ ก็อยู่ได้อีก ๔-๕ เดือน อาตมาจำหน้าได้ ทีนี้ไม่มีคนพามา เขามากันเอง ๓ คน บอกว่า "ฉันยอมจำนน"

บอก "เอาอย่างนี้โยมไปซื้อหนังสือสวดมนต์เข้าเล่มหนึ่ง"

"ฉันไม่อยากให้หนังสือสวดมนต์มีในบ้านฉัน ท่านช่วย เขียนให้หน่อย"

อาตมาก็ต้องเขียน พอตอนหลังก็ขี้เกียจเขียน ต้องพิมพ์เป็นใบ นี่พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ พาหุงมหากา

"ฉันไม่นับถือพระ ฉันจะสวดได้หรือ"

"ที่นอนนั่นแหละสวดไปก่อน" อาตมาหาอุบาย เลยก็สวดพาหุงมหากา "ฉันท่องไม่ได้"

"อ่านตามตัว"

"แล้วฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าอายุ ๕๑ สวด ๕๒ "

"ใช้ก้านไม้ขีดทิ้งเข้าซิ ทำไปก่อน"

เขาเลยมั่นใจ คิดว่าจะทำ

ได้บอกว่า "โยมสวดมนต์เสร็จแล้วแผ่เมตตาให้ลูก อย่าด่าลูกนะ อย่าแช่งลูก ให้ลูกมีความเจริญ มีความสุขและให้ลูกมีความ ตั้งใจเรียนหนังสือให้สำเร็จ"

พอสวดได้ 3 เดือน ท่องได้หมดเลย หนักเข้าไม่ต้องใช้ไม่ขีดเลย จึงเกิดอานิสงส์ 2 ประการ

หนึ่ง โรคประสาทหาย กินได้นอนหลับ ชื่นอก ชื่นใจ นอนหลับ เมื่อนอนหลับก็ใจดี เริ่มแผ่ส่วนกุศลให้ลูกถึงแล้ว บุญกุศลของแม่จะถึงลูกถึงตอนไหนรู้กันตอนนี้ เพราะลุกนี่เฟ้อในการเงินขอแม่เรื่อย ไม่รู้จักบุญกุศลของแม่แต่ประการใด

วันนั้นบุญกุศลของแม่ถึง ประมาณ 6 เดือนหลังสวดมนต์ อาตมาจดไว้ วันนั้นพอดีลูกชายพาพวกนักศึกษาที่ส่งด้วยทุนของตัวเอง ไปเที่ยวขับรถชนเสาไฟฟ้า เพื่อนอยู่ข้างหลังกระเด็นออกจากรถหมด ไม่ตายไม่เป็นอะไรเลย แต่เจ้านี่ต้องไปอัดก๊อปปี้กับเสาไฟฟ้า เสาไฟฟ้าล้มต้องเสียเงินหลายแสน พวงมาลัยอัดหน้าอกไปโคม่าอยู่โรงพยาบาลไม่รู้สึกตัว แล้วพอดี มีลูกพี่อยู่คนหนึ่ง เป็นแพทย์อยู่ที่อเมริกา เป็นลูกพี่ลูกน้องกันก็ไปเยี่ยม ถ้าจะไปไม่รอด ตายแน่ ก็ให้อ๊อกซิเจน นายแพทย์อเมริกาบอกว่าไม่รอด

วันนั้นผ่านไป รุ่งขึ้นลืมตา พอรอดมาแล้วปวดเมื่อยจะตาย น้ำตาร่วงคิดถึงแม่ นี่คนเราพอมีทุกข์ถึงจะคิดถึงแม่

มันเฟ้อไปในสังคม มันจะไม่คิดถึงแม่ บางคนอายุ ๘๐ แก่จะตาย เวลาใกล้ตายหลง คิดถึงแม่ ร้องแม่จ๋า แม้กระทั่งแม่ตายไปตั้งนานแล้ว อย่างนี้แน่นอนมันทุกข์หนัก บอกปวดเมื่อยทั่วสรรพางค์กาย คุณแม่จ๋า รำพึงรำพันคิดถึงแม่

ข้อสอง ลูกคิดถึงแม่ ถ้าแม่ทราบว่าหนูไม่ได้เรียนหนังสือแล้ว แม่จะเสียใจแค่ไหน แม่ทราบเข้าก็ดีอกดีใจ มาวัดเลย เลี้ยงเพลพระ พระสวดธรรมจักรให้ ๑ จบ

ในที่สุดพอลูกชายกลับจากอเมริกา พาลูกมาวัดเลย อาตมาให้พระบูชาไป ๑ องค์ แม่ก็เล่าเรื่องให้ลูกฟัง เพราะเหตุอย่างนี้ลูกเลยสวดมนต์ภาวนาแล้วเข้าวัดไปวัดไทย ไปนั่งวิปัสสนาที่เมืองนอก เจ้าคุณเทพโสภณ (ปัจจุบันคือพระธรรมราชานุวัตร) หรือหลวงเตี่ย ปัจจุบันจำพรรษาอยู่ที่วัดโพธิ์ ท่าเตียน กรุงเทพฯ รู้จักแต่ไม่รู้เรื่องของวัดอัมพวัน รู้ว่าเจ้านี่มันนักกรรมฐานปริญญาเอก

เดี๋ยวนี้ไม่ยอมกลับบ้าน

แม่บอก "หลวงพ่อให้ฉันสวดมนต์อะไรให้ลูกกลับเมืองไทย"

"ไม่กลับแน่" เรารู้แล้วไม่กลับแน่

อันนี้ได้ผลแน่ ขอฝากไว้ว่าเด็กหรือใครก็ตามต้องประสบทุกข์จึงคิดถึงแม่ ถ้าไม่ประสบทุกข์ ให้เงินไปมันเฟ้อ ไม่คิดถึงแม่ต้องประสบทุกข์ จึงจะเห็นตัวธรรมะเห็นอกเห็นใจเลยเชียว

เขาเล่าให้อาตมาฟัง บอก "หลวงพ่อครับ ผมไม่คิดถึงแม่เลย ๓ -๔ ปีที่อยู่อเมริกา แต่ก็คิดถึงแม่ว่าอยู่กับแม่ป้อนข้าวให้พัดวีให้"

คิดได้อย่างนี้เลยจึงกลับ แม่ก็เลยเล่าให้ฟังว่าหลวงพ่อนี่ช่วยเอาไว้ เขาเลื่อมใส

อาตมาบอกว่า "ถ้าเชื่อนะไปตัดผมเดี๋ยวนี้"

เพราะผมเขายาว ประบ่าเลยตัดผมที่สิงห์บุรี

เจ้าคนนี้บอกว่า "แหมหลวงพ่อ ผมนี่ผลาญเงินแม่ไปหลายล้านบาท"

นี่เห็นได้ชัดมาก ดังที่กล่าวมาแล้ว อาตมาก็ตั้งตำราคนไหนเคราะห์ร้ายสวดพุทธคุณ

เมื่อได้พบกับสมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว

คืนวันหนึ่งอาตมานอนหลับแล้วฝันไปว่าอาตมาได้เดินไปในสถานที่แห่งหนึ่ง พบกับพระสงฆ์รูปหนึ่ง ครองจีวรคร่ำสมรสารูปเรียบร้อยน่าเลื่อมใส อาตมาเห็นว่าเป็นพระอาวุโส ผู้รัตตัญญู จึงน้อมนมัสการท่าน ท่านหยุดยืนตรงหน้าอาตมาแล้วกล่าวกับอาตมาว่า

"ฉันคือสมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว แห่งกรุงศรีอยุธยา ฉันต้องการให้เธอไปที่วัดใหญ่ชัยมงคล เพื่อดูจารึกที่ฉันได้จารึกถวายพระเกียรติแก่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชผู้เป็นเจ้า เนื่องในวาระที่สร้างเจดีย์ ฉลองชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชแห่งพม่าและประกาศความเป็นอิสระของประเทศไทยจากหงสาวดีเป็นครั้งแรก เธอไปดูไว้ แล้วจงจดจำมาเผยแพร่ออกไป ถึงเวลาที่เธอจะได้รับรู้แล้ว"

ในฝันอาตมารับปากท่าน ท่านก็บอกตำแหน่งให้แล้วตกใจตื่นนอนตอนใกล้รุ่ง อาตมาก็ทบทวนความฝัน ก็นึกในใจว่าเราเองนั้นกำหนดจิตด้วยกรรมฐาน มีสติอยู่เสมอ เรื่องฝันฟุ้งซ่านเป็นไม่มี อาตมาก็ได้ข่าวในวันนั้น แหละว่าทางกรมศิลปากรทำการบูรณะปฏิสังขรณ์พระเจดีย์ใหญ่วัดชัยมงคล และจะทำการบรรจุบัวยอดพระเจดีย์ อันเป็นนิมิตรหมายการสิ้นสุดการบูรณะ แล้วจะรื้อนั่งร้านทั้งหมดออกเป็นการเสร็จสิ้น

อาตมาจึงได้ขอร้อง ดร.กิ่งแก้ว อัตถากร ให้เลื่อนการปิดยอดบัวไปอีกวันหนึ่งเพื่ออาตมาจะได้นำพระซุ้มเสมาชัย ซุ้มเสมาขอที่อาตมาได้สร้างขึ้นตามแบบดั้งเดิมที่พบในเจดีย์ใหญ่ใกล้กับวัดอัมพวันซึ่งพังลงน้ำที่ก๋งเหล็งเป็นคน รวบรวมเอามาให้อาตมา ตั้งแต่เมื่อเริ่มพัฒนาวัดใหม่ๆ แต่แตกหักผุพังทั้งนั้นหลายสิบปี๊บ อาตมาได้ป่นเอามาผสม สร้างเป็นองค์พระใหม่ไปร่วมบรรจุไว้ที่ยอดพระเจดีย์บ้าง

วันนั้นอาตมาเดินทางไปถึงก็ได้เดินขึ้นไปบนเจดีย์ตอนที่สุดบันได้แล้ว มองเห็นโพรงที่ทางเขาทำไว้สำหรับลงไป ด้านล่างมีร้านไม้พอไต่ลงไปภายใน ตั้งใจเด็ดเดี่ยวว่าลงไปคราวนี้ ถ้าพลาดตกลงไปจากนั่งร้านม้าก็ยอมตาย คนที่ร่วม เดินทางมาด้วยเขามัวแต่ไปบนลานชั้นบน อาตมาก็ดิ่งลงไปชั้นล่าง มีไฟฉายดวงหนึ่ง เวลานั้นประมาณ ๐๙.๐๐ น. อาตมาลงไปภายในแล้วก็พบนิมิตดังที่สมเด็จพระพนรัตน์ได้บอกไว้จริงๆ

อาตมาจึงได้พบความจริงว่าแท้ที่จริงแล้วสิ่งที่สมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว ท่านได้จารึกถวายพระพรก็คือ บทสวดที่เรียกว่า"พาหุง มหาการุณิโก"

ท้ายของนิมิตนั้นระบุว่า "เราสมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว ศรีอโยธเยศ คือผู้จารึกนิมิต รจนาเอาไว้ถวาย พระพรแด่มหาบพิตรเจ้าสมเด็จพระนเรศวรมหาราช"

พาหุงมหากาก็คือบทสวดสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ แล้วก็พรพาหุงอันเริ่มด้วย พาหุงสหัสไปจนถึงทุคคาหทิฏฐิ แล้วเรื่อยไปจนถึง มหาการุณิโก นาโถ หิตายะ และจบด้วย ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง สัพพะพุทธา สัพพะธัมมา สัพพะสังฆานุภาเวนะ สะทาโสตถี ภะวันตุเต อาตมาเรียกรวมกันว่า พาหุงมหากา

อาตมาจึงเข้าใจในบัดนั้นเองว่าบทพาหุงนี้คือ บทสวดที่สมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว ได้ถวายให้ พระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราชไว้สวดเป็นประจำเวลาอยู่กับพระมหาราชวังและในระหว่างศึกสงคราม จึงปรากฏว่าพระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเจ้าทรงรบ ณ ที่ได้ ทรงมีชัยชนะอยู่ตลอดมา มิได้ทรงเพลี่ยงพล้ำเลย แม้จะเพียงลำพังสองพระองค์กับสมเด็จพระอนุชาธิราชเจ้า ท่ามกลางกองทัพพม่าจำนวนนับแสนคน ก็ทรงมีชัยชนะ เหนือกองทัพพม่าด้วยการกระทำยุทธหัตถีมีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชา ณ ดอนเจดีย์ปูชนียสถาน แม้ข้าศึกจะ ยิงปืนไฟเข้าใส่พระองค์ในตอนที่เข้ากันพระศพของพระมหาอุปราชาออกไปราวกับห่าฝนก็มิปานแต่ก็มิได้ต้อง พระองค์ด้วย เดชะพาหุงมหากาที่ทรงเจริญอยู่เป็นประจำนั่นเอง

อาตมาพบนิมิตแล้ว ก็ไต่ขึ้นมาด้วยความสบายใจ ถึงปากปล่องที่ลงไปใช้เวลาเกือบสามชั่วโมง เนื้อตัวมีแต่หยากไย่ เดินลงมาแม่ชีเห็นเข้ายังร้องว่า "หลวงพ่อเข้าไปในโพรงนั้นมาหรือ" แต่อาตมาไม่ตอบ

ตั้งแต่นั้นมา อาตมาจึงสอนการสวดพาหุงมหากาให้แก่ญาติโยมเป็นต้นมา เพราะอะไร เพราะพาหุงมาหากานั้น เป็นบทสวดมนต์ที่มีค่าที่สุด มีผลดีที่สุด เพราะเป็นชัยชนะอย่างสูงสุดของพระบรมศาสดา จากพญาวัสวตีมาร, จากอาฬวกยักษ์,จากช้างนาฬาคิรี จากองคุลีมาล, จากนางจิญจมานวิกา, จากสัจจะกะนิครนถ์, จากพญานันโทปนันทนาคราช และท่านท้าวผกาพรหม เป็นชัยชนะที่พระพุทธองค์ทรงได้มาด้วยอิทธิปาฏิหาริย์และด้วยอำนาจแห่งบารมีธรรมโดยแท้ ผู้ใดได้สวดเป็นประจำทุกวันจะมีชัยชนะ มีความเจริญรุ่งเรืองตลอดกาลนาน มีสติระลึกได้ จะตายก็ไปสู่สุคติภูมิ

ขอให้ญาติโยมสวดพาหุงมหากากันให้ทั่วหน้า นอกจากจะคุ้มตัวแล้ว ยังคุ้มครองครอบครัวได้ สวดมากๆ เข้าสวดกันทั้งประเทศ ก็ทำให้ประเทศมีแต่ความรุ่งเรือง พวกคนพาลสันดานหยาบก็แพ้ภัยไปอย่างทั่วหน้า

ไม่ใช่แต่พระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเท่านั้นที่พบความอัศจรรย์ของบทพาหุงมหากา แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชก็ทรงพบเช่นกัน โดยมีบันทึกโบราณบอกไว้ดังนี้

"เมื่อพระเจ้าตากสินมหาราชตีเมืองจันทบุรีได้แล้ว ก็ทรงเห็นว่าสงครามกู้ชาติต่อจากนี้จะต้องหนักหนาและยืดยาว จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระยอดธงแบบศรีอยุธยาขึ้นแล้วนิมนต์พระเถระทั้งหลายมาสวดบทพาหุงมหากา บรรจุไว้ในองค์พระและพระองค์ก็ทรงเจริญรอยตามพระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราชด้วยการเจริญพาหุงมหากา จึงบันดาลให้ทรงกู้ชาติสำเร็จ"

สวดพาหุงมหากากันให้ทุกบ้าน สวดให้ได้มากๆ จะมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง สวดพาหุงมหากาก่อน แล้วจึงสวดชินบัญชรเพราะชินบัญชรนั้น เจ้าประคุณสมเด็จ ท่านใช้สวดบูชาพระอรหันต์ของท่าน ต้องสวดพาหุงมหากาก่อนแล้วจึงมาถึงชินบัญชร ให้จดจำกันไว้ นั่นแหละมงคลในชีวิต

พระราชสุทธิญาณมงคล

เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี