#echo banner="" วานรชาดก/

คลิกเมาส์ที่ใดก็ได้ในเฟรมนี้เพื่อเรียกเมนูด่วน

วานรชาดก

ผู้รู้เท่าถึงเหตุการณ์เอาตัวรอดได้

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร ทรงปรารภ พระเทวทัตเพียรพยายามเพื่อจะฆ่าพระองค์ จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ เรื่องปัจจุบันได้แสดงไว้อย่างละเอียดแล้วทีเดียว

ส่วนเรื่องในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติ ในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในกำเนิดกระบี่ ในหิมวันตประเทศ เจริญวัยแล้วอยู่ ณ ที่ฝั่งแม่น้ำคงคา ครั้งนั้น นางจระเข้ ตัวหนึ่งในแม่น้ำคงคา เกิดแพ้ท้องอยากกินเนื้อหัวใจของพระโพธิสัตว์ จึงบอกแก่จระเข้สามี จระเข้สามีนั้นคิดว่า เราจักให้กระบี่ นั้นดำลงในน้ำแล้วฆ่าเสีย ให้เนื้อหัวใจแก่นางจระเข้ผู้ภรรยา จึงกล่าวกะพระมหาสัตว์ว่า มาเถิดเพื่อน พวกเราจะไปกินผลมะม่วงที่ระหว่างเกาะด้วยกัน

พระมหาสัตว์กล่าวว่า เราจักไปได้อย่างไร

จระเข้กล่าวว่า เราจักให้ท่านนั่งบนหลังเรานำไป

พระมหาสัตว์นั้นไม่รู้ความคิดของจระเข้นั้น จึงโดดไปนั่งบนหลังจระเข้ไปได้หน่อยหนึ่ง จระเข้จึงเริ่มจะดำน้ำ ลำดับนั้น วานรจึงกล่าวกะจระเข้นั้นว่า ท่านผู้เจริญ ท่านจะให้เราดำลงในน้ำทำไม

จระเข้กล่าวว่า เราจักฆ่าท่านแล้วให้เนื้อหัวใจแก่ภรรยาของเรา

วานรกล่าวว่า ช้าก่อน ท่านเข้าใจว่าเนื้อหัวใจของเราอยู่ที่อกหรือ

จระเข้กล่าวว่า เมื่อเป็นเช่นนั้น เนื้อหัวใจของท่านตั้งอยู่ที่ไหน วานรกล่าวว่า ท่านไม่เห็นเนื้อหัวใจนั่น ซึ่ง ห้อยอยู่ที่ต้นมะเดื่อหรือ

จระเข้กล่าวว่า เห็น แต่ท่านจักให้เราหรือ

วานรกล่าวว่า เออ จักให้ เพราะความโง่เขลา จระเข้จึงพาวานรนั้น ไปยังโคนต้นมะเดื่อที่ริมแม่น้ำ พระโพธิสัตว์จึงโดดจากหลังของจระเข้นั้นไปนั่งบนต้นมะเดื่อ แล้วได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า:

[๖๖๖] ดูกรจระเข้ เราสามารถยกตนขึ้นจากน้ำสู่บกได้แล้ว บัดนี้ เราจะไม่ตกอยู่

ในอำนาจของท่านอีกต่อไป.

[๖๖๗] เราไม่ต้องการด้วยผลมะม่วง ผลหว้า และผลขนุนทั้งหลาย เราจะต้อง

ข้ามฝั่งแม่น้ำไปบริโภคผลมะเดื่อของเราดีกว่า.

[๖๖๘] ผู้ใด ไม่รู้เท่าถึงเหตุการณ์ อันบังเกิดขึ้นแล้วโดยฉับพลัน ผู้นั้น จะต้อง

ตกอยู่ในอำนาจของศัตรู และต้องเดือดร้อนใจในภายหลัง.

[๖๖๙] ส่วนผู้ใด รู้เท่าถึงเหตุการณ์ ที่บังเกิดขึ้นโดยฉับพลัน ผู้นั้น ย่อมพ้น

จากความคับขันอันเกิดแต่ศัตรู และไม่ต้องเดือดร้อนใจในภายหลัง.

วานรนั้นกล่าวเหตุอันเป็นเครื่องให้สำเร็จกิจฝ่ายโลกิยะด้วย คาถาทั้ง ๔ ด้วยประการฉะนี้แล้ว ก็ไปสู่ป่าชัฏทีเดียว

พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า จระเข้ในครั้งนั้น ได้เป็นพระเทวทัต ส่วนวานร ในครั้งนั้น ได้เป็นเราตถาคต ฉะนี้แล

จบ วานรชาดก