
คลิกเมาส์ที่ใดก็ได้ในเฟรมนี้เพื่อเรียกเมนูด่วน
พุทธธรรมดา ๓๐ ทัศ
โดย อ.ทวี สุขสมโภชน์
โพสท์ในลานธรรมเสวนา หมวด ชีวิตกับธรรมะ กระทู้ 11638 โดย : mayrin 15 มี.ค. 47
![]()
เมื่อพูดถึงเรื่องธรรมดา ๆ ของคนทั่วไป จะมี ๓ ก. กับ ๑ ธ คือ กาม กิน กลัว และธรรมะ (ธรรมสัญญา) แต่ถ้าจะกล่าวถึงธรรมดาของพระพุทธเจ้าตามที่แสดงไว้ในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนานั้น ย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดาสำหรับเรา ๆ ท่าน ๆ
เพราะกว่าจะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ ต้องสร้างบารมีถึง ๒๐ อสงไขยแสนกัปในกรณีที่เป็นปัญญาธิกะสัมมาสัมพุทธอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสมณโคดมของเรา แต่ถ้าเป็นสัทธาธิกะสัมมาสัมพุทธ หรือวิริยาธิกะสัมมาสัมพุทธ จะต้องสร้างบารมีเป็น ๔๐ และ ๘๐ อสงไขยแสนกัปตามลำดับ
ท่านได้กล่าวไว้ว่า พระพุทธเจ้าทั้งหลายที่อุบัติมาแล้ว และที่จะอุบัติอีกในอนาคต มีมากกว่าเม็ดทรายในมหาสุมทร อย่างไรก็ดี ในที่นี้จะขอนำพระนามพระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์มาแสดง โดยที่พระนาม ๕ พระองค์สุดท้ายคือ พระนามของพระพุทธเจ้าในภัททกัปนี้ ซึ่งเรียกว่า พระเจ้า ๕ พระองค์ นั่นเอง
พระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์
|
อสุญญกัป |
พระนาม |
กัปที่ |
สุญญกัป |
|
สารมัณฑกัป ๔ |
๑. พระตัณหังกร |
||
|
๒. พระเมธังกร |
|||
|
๓. พระสรณังกร |
|||
|
๔. พระทีปังกร |
เริ่มพุทธพยากรณ์ |
||
|
อสงขัยที่ ๑ |
|||
|
สารกัป ๑* |
๕. พระโกณฑัญญะ |
||
|
อสงขัยที่ ๒ |
|||
|
สารมัณฑกัป ๔ |
๖. พระมังคะ |
||
|
๗. พระสุมนะ |
|||
|
๘. พระเรวตะ |
|||
|
๙. พระโสภิตะ |
|||
|
อสงขัยที่ ๓ |
|||
|
วรกัป ๓ |
๑๐. พระอโนมทัสสี |
||
|
๑๑. พระปทุมะ |
|||
|
๑๒. พระนารทะ |
|||
|
อสงขัยที่ ๔ |
|||
|
สารกัป ๑ |
๑๓. พระปทุมุตตระ |
๑๐,๐๐๐ |
|
|
๗๐,๐๐๐ กัป |
|||
|
มัณณฑกัป ๒ |
๑๔. พระสุเมธะ |
๓๐,๐๐๐ |
|
|
๑๕. พระสุชาตะ |
|||
|
๒๘,๒๐๐ กัป |
|||
|
วรกัป ๓ |
๑๖. พระปิยทัสสี |
๑,๘๐๐ |
|
|
๑๗. พระอัตถทัสสี |
|||
|
๑๘. พระธรรมทัสสี |
|||
|
๑,๗๐๖ กัป |
|||
|
สารกัป ๑ |
๑๙. พระสิทธัตถะ |
๙๔ |
|
|
๑ กัป |
|||
|
มัณฑกัป ๒ |
๒๐. พระติสสะ |
๙๒ |
|
|
๒๑. พระผุสสะ |
|||
|
อันตรกัป |
|||
|
สารกัป ๑ |
๒๒. พระวิปัสสี |
๙๑ |
|
|
๕๙ กัป |
|||
|
มัณฑกัป ๒ |
๒๓. พระสิขี |
๓๑ |
|
|
๒๔. พระเวสสภู |
|||
|
๒๙ กัป |
|||
|
ภัททกัป ๕ |
๒๕. พระกกุสันธะ |
||
|
๒๖. พระโกนาคมนะ |
|||
|
๒๗. พระกัสสปะ |
|||
|
๒๘. พระโคตมะ |
|||
|
๒๙. พระศรีอริยเมตไตย |
|||
* สุญญกัปเป็นกัปที่ไม่มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นเลย ในระหว่างสุญญกัปนั้น มีมหากัปหลาย ๆ มหากัป นับไม่ถ้วน เรียกว่า ๑ อสงไขยกัป
![]()
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ละพระองค์ในอดีตที่ผ่านมา หรือที่จะอุบัติมีขึ้นในอนาคต ล้วนแต่จะต้องเป็นไป ๓๐ อย่าง เรียกว่า พุทธธรรมดา ๓๐ ทัศ คือ
พุทธธรรมดา ๓๐ ทัศ
๑. พระโพธิสัตว์ผู้มีภพสุดท้าย มีสัมปชัญญะรู้ตัวลงสู่พระครรภ์พระมารดา
๒. ขณะอยู่ในครรภ์ทรงนั่งขัดสมาธิ หันพระพักตร์ออกไปทางเบื้องหน้าพระมารดา
๓. ขณะประสูติพระมารดาย่อมยืนประสูติ
๔. ทรงประสูติในป่า ไม่ประสูติในราชนิเวศน์
๕. เมื่อประสูติ จะยืนบนแผ่นทองที่เทวดามารองรับ หันหน้าไปทางทิศอุดร เสด็จย่างพระบาท ๗ ก้าว ตรวจดูทิศทั้ง ๔ แล้วทรงเปล่งสีหนาทว่า "เราเป็นผู้เลิศในโลก เราเป็นผู้เจริญที่สุดในโลก เราเป็นผู้ประเสริฐสุดในโลก ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย ความเกิดใหม่ย่อมไม่มี"
๖. วันใดที่พระโอรสสมภพ จะทรงเห็นเทวทูต ๔ คือ คนแก่ คนเจ็บ คนตาย บรรพชิต และวันนั้นจะเสด็จออกสู่มหาภิเนษกรมณ์
๗. ทรงนุ่งห่มผ้ากาสาวพัตร์ ถือเสมือเป็นธงชัยแห่งพระอรหันต์ แล้วบำเพ็ญเพียรอย่างน้อย ๗ วัน จึงบรรลุ
๘. ทรงเสวยข้าวมธุปายาสในเช้าวันที่จะตรัสรู้
๙. ทรงใช้สันถัตหญ้า (หญ้าคา) อธิษฐานเป็นบัลลังก์ บำเพ็ญเพียรทางจิตเพื่อตรัสรู้
๑๐. ทรงใช้อานาปานสติกัมมัฏฐาน เป็นเครื่องพิจารณาลมอัสสาสะปัสสาสะ
๑๑. ทรงใช้บารมี ๓๐ ทัศ ขจัดพระยามารและเสนามาร
๑๒. ทรงบรรลุบุพเพนิวาสานุสติญาณ ทิพพโสตญาณ และทิพพจักขุญาณ ก่อนตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
๑๓. เมื่อได้ตรัสรู้แล้ว ทรงยับยั้งอยู่ใกล้บริเวณโพธิบัลลังก์ ๗ แห่ง แห่งละ ๗ วัน
๑๔. ท้าวสหัมบดีพรหมลงมาทูลอาราธนาให้ทรงแสดงธรรม
๑๕. ทรงแสดงธรรมจักรกัปปวัตนสูตรที่ปาอิสิปตนมฤคทายวัน
๑๖. ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ในวันเพ็ญเดือน ๓ มาฆฤกษ์
๑๗. ทรงประทับอยู่ประจำ ณ ที่พระวิหารเชตวัน
๑๘. ทรงกระทำยมกปาฏิหาริย์ใกล้ประตูกรุงสาวัตถี
๑๙. ทรงแสดงอภิธรรมโปรดพุทธมารดาบนดาวดึงส์สถาน
๒๐. เสด็จลงจากชั้นดาวดึงส์โดยบันไดแก้วใกล้ประตูเมืองสังกัสสนคร
๒๑. ทรงเข้าผลสมาบัติเป็นเนืองนิจทุกราตรี
๒๒. ทรงตรวจดูเวไนยชนผู้มีวาสนาบารมีวันละ ๒ เวลา คือ เช้าและบ่าย
๒๓. เมื่อมีเรื่องเกิดขึ้น จึงทรงบัญญัติสิกขาบท
๒๔. เมื่อเหตุต้นเรื่องเกิดขึ้น จึงตรัสชาดก
๒๕. ทรงแสดงเรื่องราวพุทธวงศ์ในที่ประชุมแห่งพระญาติ
๒๖. เมื่อมีอาคันตุกะมาสู่สำนักของพระพุทธองค์ ก็จะให้การปราศรัยต้อนรับ
๒๗. เมื่อพระพุทธองค์ได้รับนิมนต์ให้จำพรรษา ณ ที่ใด ก่อนจากไป ก็จะต้องบอกผู้รับนิมนต์นั้นก่อนเสมอ
๒๘. พระพุทธเจ้าย่อมทำกิจ ๕ อย่าง คือ ๑.ปุเรภัตตกิจ ๒.ปัจฉาภัตตกิจ ๓.ปฐมยามกิจ ๔. มัชฌิมยามกิจ ๕.ปัจฉิมยามกิจ ทุกวันมิได้ขาด
๒๙. เสวยรสมังสะในวันปรินิพพาน
๓๐. ทรงเข้าสมาบัติยี่สิบสี่แสนโกฏิครั้ง แล้วจึงปรินิพพาน
(อรรถกถาพระสุตตันตปิฎก พุทธวงศ์ ปฐมปาราชิกวรรณนา)
![]()
คัดลอกจาก:ธรรมะเพื่อชีวิต
เล่มที่ ๓๙ ฉบับวันมาฆบูชา ๒๕๔๗
![]()