
คลิกเมาส์ที่ใดก็ได้ในเฟรมนี้เพื่อเรียกเมนูด่วน
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
วารสารสิรินธรปริทรรศน์
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า : หลักการและการวิเคราะห์
มานพ นักการเรียน อาจารย์ประจำ, ป.ธ.๖, ศน.ม.(พุทธศาสนาและปรัชญา)
คัดลอกจาก http://www.src.ac.th/web/jurnal/issu3/buddha.htm
![]()
บทนำ
ในวัฒนธรรมของพระพุทธศาสนา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพุทธะ หรือพระพุทธเจ้าที่ได้รับความสนใจใคร่ศึกษา และปฏิบัติตามจากชาวพุทธมากที่สุด มีความรู้ คุณธรรมและความสามารถทางด้านต่างๆ เช่น การเผยแผ่ธรรม เป็นต้น เหนือกว่าพุทธะประเภทอื่นๆตามรูปศัพท์แล้ว คำว่า "พุทธะ" หรือ "พระพุทธเจ้า" หมายถึง ท่านผู้ตรัสรู้แล้ว แต่เรามักใช้ในความหมายแคบ โดยมุ่งเฉพาะพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น แต่แท้จริงยังรวมถึงพุทธะหรือพระพุทธเจ้าอีก ๒ ประเภทด้วย
พุทธะหรือพระพุทธเจ้า มี ๓ ประเภท คือ:-
๑. พระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือท่านผู้ตรัสรู้เองและสอนผู้อื่นให้รู้ตาม
๒. พระปัจเจกพุทธเจ้า คือ ท่านผู้ตรัสรู้เฉพาะตนเอง สอนผู้อื่นได้เหมือนกันแต่ไม่อาจทำให้ผู้นั้นบรรลุตามได้ ถึงจะบรรลุได้ ก็ต้องอาศัยความถึงพร้อมของผู้นั้นเป็นหลัก อุบัติขึ้นในช่วงพุทธันดร ซึ่งช่วงนี้ไม่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอุบัติขึ้น
๓. พระอนุพุทธเจ้า เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า พระสาวกพุทธเจ้า คือ ท่านผู้ตรัสรู้ตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระโพธิสัตว์ : ผู้ที่มุ่งเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ใครก็ตามจะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะต้องผ่านขั้นตอนของการเป็นพระโพธิสัตว์เสียก่อน ในพระพุทธศาสนาเถรวาท พระโพธิสัตว์ หมายถึง ผู้ปรารถนาให้ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาจากคำภาษาสันสกฤตว่า "โพธิสตฺตฺว" ตรงกับคำภาษาบาลีว่า "โพธิสตฺต" แปลว่า "ผู้ข้องอยู่ในพระโพธิญาณ" ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า a Buddha- to- be , Enlightenment-being
พระพุทธโฆสะ พระอรรถกถาจารย์ชาวอินเดีย ได้แบ่งพระโพธิสัตว์เป็น ๒ ประเภท คือ;-
๑. พระนิยตโพธิสัตว์ คือพระโพธิสัตว์ผู้จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างแน่นอน โดยได้รับการพยากรณ์ว่าจะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคต จากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใดพระองค์หนึ่ง ในชาติที่ได้รับการพยากรณ์ จะต้องมีคุณสมบัติและคุณธรรมพิเศษที่เรียกว่า ธรรมสโมธาน ครบทั้ง ๘ ประการ
๒. พระอนิยตโพธิสัตว์ คือพระโพธิสัตว์ผู้ยังไม่แน่ว่าจะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือไม่ เพราะยังไม่ได้รับการพยากรณ์ว่าจะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคต จากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใดพระองค์หนึ่ง เนื่องจากมีธรรมสโมธานไม่ครบ
นอกจากนั้น พระนิยตโพธิสัตว์ ยังแบ่งเป็น ๓ ประเภท คือ:-
๑. พระโพธิสัตว์ประเภทปัญญาธิกะ (ยิ่งด้วยปัญญา) เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า พระโพธิสัตว์ประเภทอุคฆฏิตัญญู คือ พระโพธิสัตว์ผู้มีปัญญาเป็นองค์ธรรมนำในการเริ่มบำเพ็ญบารมี ท่านจะบำเพ็ญบารมีอยู่ ๔ อสงไขย กับอีก ๑๐๐,๐๐๐ กัป
๒. พระโพธิสัตว์ประเภทสัทธาธิกะ (ยิ่งด้วยศรัทธา) เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า พระโพธิสัตว์ประเภทวิปจิตัญญู คือ พระโพธิสัตว์ผู้มีศรัทธาเป็นองค์นำในการเริ่มบำเพ็ญบารมี ท่านจะบำเพ็ญบารมีอยู่ ๘ อสงไขย กับอีก ๑๐๐,๐๐๐ กัป
๓. พระโพธิสัตว์ประเภทวิริยาธิกะ (ยิ่งด้วยวิริยะ) เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า พระโพธิสัตว์ประเภทเนยยะ คือพระโพธิสัตว์ผู้มีวิริยะเป็นองค์ธรรมนำในการเริ่มบำเพ็ญบารมี ท่านจะบำเพ็ญบารมีอยู่ ๑๖ อสงไขย กับอีก ๑๐๐,๐๐๐ กัป
ปรมัตถโชติกา ๑ อรรถกถาของสุตตนิบาต ชี้แจงว่า พระนิยตโพธิสัตว์ หลังจากชาติที่ตั้งปณิธานเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ไม่ประกอบด้วยฐานะที่ไม่สมควร (อภัพฐานะ) ๑๘ ประการ คือ:-
|
๑. ไม่เป็นคนบอดแต่กำเนิด |
๑๐. ไม่ทำอนันตริยกรรม ๕ อย่าง |
|
๒. ไม่เป็นคนหนวกแต่กำเนิด |
๑๑. ไม่เป็นคนโรคเรื้อน |
|
๓. ไม่เป็นคนบ้า |
๑๒. อัตภาพสุดท้ายไม่เวียนมาในกำเนิดเดรัจฉาน |
|
๔. ไม่เป็นคนใบ้ |
๑๓. ไม่มีอัตภาพใหญ่กว่าช้าง |
|
๕. ไม่เป็นคนแคระ |
๑๔. ไม่เกิดในขุปปิปาสิกเปรตและนิชฌามตัณหิกเปรต |
|
๖. ไม่เกิดในชนชาติมิลักขะ |
๑๕. ไม่เกิดในจำพวกกาลัญชิกาสูรทั้งหลาย |
|
๗. ไม่เกิดในท้องของนางทาสี |
๑๖. ไม่เกิดในอเวจีนรก |
|
๘. ไม่เป็นคนที่มีความเห็นผิดที่แน่วแน่ |
๑๗. ไม่เกิดในโลกันตริกนรก |
|
๙. ไม่เป็นคนกลับเพศ |
๑๘. ไม่เป็นมารในสวรรค์ชั้นกามาวจร ไม่เกิดใน อสัญญีภพ ในรูปาวจรภูมิ ไม่เกิดในอันติมภพไม่ก้าวไปสู่จักรวาลอื่น |
คุณธรรมและคุณสมบัติของผู้ที่มุ่งเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
จากการศึกษาคัมภีร์พระพุทธศาสนา สามารถประมวลได้ว่า ผู้ที่มุ่งเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (คือขณะเป็นพระโพธิสัตว์) จะต้องประกอบด้วยคุณธรรมและคุณสมบัติ ดังนี้:-
๑. บารมี คือคุณความดีที่ควรบำเพ็ญมี ๑๐ อย่าง คือ ทาน ศีล เนกขัมมะ (การออกจากกาม คือบวช) ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา และอุเบกขา
๒. โพธิปักขิยธรรมคือธรรมที่เป็นฝักฝ่ายหรือเกื้อกูลแก่การตรัสรู้ มี ๗ หมวด แต่เมื่อแยกเป็นหัวข้อย่อยแล้วรวมได้ ๓๗ หัวข้อ ประกอบด้วยสติปัฏฐาน ๔, สัมมัปปธาน ๔, อิทธิบาท ๔, อินทรีย์ ๕, พละ ๕, โพชฌงค์ ๗ และมรรคมีองค์ ๘
ทั้งบารมี ๑๐ และโพธิปักขิยธรรม ๓๗ รวมเรียกว่า พุทธการกธรรม คือธรรมที่กระทำให้เป็นพุทธะ
๓. ธรรมสโมธาน คือการรวมกันขององค์ธรรม ๘ ประการ ในชาติที่จะได้รับการพยากรณ์เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือชาติแรกแห่งพระนิยตโพธิสัตว์ จะต้องมีธรรมสโมธานครบทั้ง ๘ ประการ๒ คือ:-
๑. มนุสฺสตฺตํ คือเป็นมนุษย์เท่านั้น
๒. ลิงฺคสมฺปตฺติ คือถึงพร้อมด้วยเพศ มุ่งเฉพาะเพศชายเท่านั้น
๓. เหตุ คือมีเหตุให้บรรลุพระอรหันต์ได้ แต่ไม่ยินดีเพียงแค่นี้
๔. สตฺถารทสฺสนํ คือเห็นพระศาสดาองค์ใดองค์หนึ่งซึ่งยังมีพระชนม์อยู่
๕. ปพฺพชฺชา คือบวชเป็นบรรพชิต
๖. คุณสมฺปตฺติ คือมีคุณธรรม อันได้แก่ อภิญญา ๕ และสมาบัติ ๘
๗. อธิกาโร คือมีการกระทำอันยิ่งถึงขั้นสละชีวิตของตนเองเพื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง
๘. ฉนฺทตา คือมีความปรารถนาแรงกล้า แม้จะเผชิญต่ออุปสรรคนานัปประการ ก็ไม่ท้อถอย
๔. พุทธภูมิ คือพื้นจิตใจแห่งพุทธะ ๔ ประการ ๓ ในชาติดังกล่าว ต้องประกอบด้วยพุทธภูมิ ๔ ประการ ประกอบด้วย อุตสาหะคือความเพียร, อุมมังคะคือปัญญา, อวัฏฐานะคืออธิษฐาน (ความมั่นคงเด็ดเดี่ยว แน่วแน่ในทางดำเนินและจุดมุ่งหมายของตน) และหิตจริยาคือการเจริญเมตตา
๕. อัธยาศัย (นิสัยใจคอ) ๖ ประการ ๔ ในชาตินั้น ต้องประกอบด้วยอัธยาศัย ๖ ประการ ได้แก่ อัธยาศัยเพื่อเนกขัมมะ, อัธยาศัยเพื่อปวิเวก, อัธยาศัยเพื่อความไม่โลภ, อัธยาศัยเพื่อความไม่โกรธ, อัธยาศัยเพื่อความไม่หลง และอัธยาศัยเพื่อความสลัดออก
จำนวนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
คัมภีร์พุทธวงศ์ ๕ แห่งขุททกนิกาย เสนอพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ ๒๕ พระองค์ โดยนับแต่พระองค์แรกที่พระโคตมะได้ทรงพบและทรงได้รับการพยากรณ์ว่าจะได้สำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (รวมทั้งพระโคตมะเองด้วย) คือ:-
|
๑.พระทีปังกร |
๙.พระนารทะ |
๑๗.พระติสสะ |
|
๒.พระโกนาคมนะ |
๑๐.พระปทุมุตตระ |
๑๘.พระปุสสะ |
|
๓.พระมังคละ |
๑๑.พระสุเมธะ |
๑๙.พระวิปัสสี |
|
๔.พระสุมนะ |
๑๒.พระสุชาตะ |
๒๐.พระสิขี |
|
๕.พระเรวตะ |
๑๓.พระปิยะทัสสี |
๒๑.พระเวสสภู |
|
๖.พระโสภิตะ |
๑๔.พระอัตถทัสสี |
๒๒.พระกกุสันธะ |
|
๗.พระอโนมทัสสี |
๑๕.พระธัมมทัสสี |
๒๓.พระโกนาคมนะ |
|
๘.พระปทุมะ |
๑๖.พระสิทธัตถะ |
๒๔.พระกัสสปะ |
|
๒๕.พระโคตมะ |
|
|
อาฏานาฏิยปริตร เสนอรายชื่อของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ ๒๘ พระองค์ โดยเพิ่มจากคัมภีร์พุทธวงศ์อีก ๓ พระองค์ก่อนพระทีปังกร คือ พระตัณหังกร พระเมธังกร และ พระสรณังกร พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ใกล้กาลปัจจุบันที่สุดและคัมภีร์กล่าวถึงบ่อยๆ คือ พระวิปัสสี พระสิขี พระเวสสภู พระกกุสันธะ พระโกนาคมนะ พระกัสสปะ และพระโคตมะ
บทสวดมนต์ สมฺพุทฺเธ กล่าวถึงจำนวนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รวมแล้ว ๓,๕๘๔,๑๙๒ พระองค์
ส่วนอาฏานาฏิยปริตร ระบุจำนวนของพระสัมมาพุทธเจ้าไว้หลายร้อยโกฏิ (เอเตจญฺเญ จ สมฺพุทฺธา อเนกสตโกฏิโย)
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคต ขณะนี้เป็นพระโพธิสัตว์ ต่อจากพระโคตมะ มี ๑๐ พระองค์ ๖ คือ :-
|
๑.พระเมตไตย (คือพระเมตไตรย) |
๔.พระอภิภู |
๗.สุภพราหมณ์ |
|
๒.พระรามผู้สูงสุด |
๕.เทวดาชื่อทีฆโสณี |
๘.โตเทยยพราหมณ์ |
|
๓.พระเจ้าปเสนทิโกศล |
๖.จังกีพราหมณ์ |
๙.ช้างนาฬาคิรี |
|
๑๐. ช้างปาลิเลยยกะ |
|
|
รายชื่อของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคตทั้งหมด ยกเว้นพระเมตไตรยไม่ปรากฏเด่นชัดในฝ่ายเถรวาท แม้แต่คำว่า พระเมตไตรยหรือพระเมตไตย ก็พบเพียงไม่กี่แห่งในตำราภาษาบาลี อาทิเช่นในพระไตรปิฎก คือจักกวัตติสูตร สีหนาทสูตร และพุทธวงศ์ และในอรรถกถา อาทิเช่น สุมังคลวิลาสินี มธุรัตถวิลาสินี สารัตถปกาสินี อัฏฐสาลินี ผู้รู้ทางศาสนาเสนอแนะว่า ทั้งจำนวนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และรายชื่อของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคตน่าจะเป็นคติความเชื่อหรือแนวความคิดของฝ่ายมหายาน แล้วพระภิกษุสายเถรวาทนำมาเสนออีกต่อหนึ่ง
ในทัศนะส่วนตัวแล้ว ผู้เขียนไม่ได้ติดใจพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่ามีอยู่จำนวนเท่าไร หรือว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคตมีพระนามว่าอะไรบ้าง แต่ขอเสนอเป็นหลักการว่า ผู้ใดก็ตามปฏิบัติตามเงื่อนไขของการเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือบำเพ็ญพุทธการกธรรม และในชาติที่จะได้รับการพยากรณ์ ประกอบด้วยธรรมสโมธาน ๘ ประการ พุทธภูมิ ๔ ประการ และอัธยาศัย ๖ ประการ ผู้นั้นสามารถเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้
ดังนั้น จึงอาจจะมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นร้อย เป็นล้าน หรือเป็นโกฏิพระองค์ ไม่จำเป็นต้องยืมแนวคิดมาจากฝ่ายมหายานแต่อย่างใด ทั้ง ๒ นิกายสามารถมีทัศนะตรงลงรอยกันได้
ผู้หญิงเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้
สถานภาพทางเพศเป็นผู้หญิง ไม่เอื้ออำนวยต่อการเป็นพระนิยตโพธิสัตว์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า รวมทั้งพระปัจเจกพุทธเจ้าด้วย เราต้องยอมรับถึงความเชื่อทางศาสนาของสังคมในอดีตที่มีแนวคิดถือผู้ชายเป็นใหญ่ ทำให้ผู้หญิงพลอยสูญเสียตำแหน่งอันสำคัญเช่นนั้น แม้ว่าจะมีศักยภาพเพียงพอต่อตำแหน่งนั้นก็ตาม
คัมภีร์โสตัตถกีมหานิทาน๗ ซึ่งเป็นคัมภีร์เกี่ยวกับประวัติพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสนอว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าโคตมะ ขณะเป็นพระอนิยตโพธิสัตว์เวียนว่ายตายเกิดหลายร้อยอัตภาพ บังเกิดในราชตระกูลเป็นน้องสาวต่างมารดาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปุราณทีปังกร พระนางได้ถวายน้ำมันอันสกัดมาจากเมล็ดพันธุ์ผักกาด แล้วตั้งปณิธานเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคต พระปุราณทีปังกรปรารภถึงปณิธานของน้องสาว แล้วตรัสพอสรุปได้ว่า บุคคลที่ธรรมสโมธานคือการรวมกันขององค์ธรรมไม่ครบ ๘ ประการ โดยเฉพาะความถึงพร้อมของเพศเป็นผู้หญิง จึงไม่สามารถจะรับการพยากรณ์ได้
ในอังคุตตรนิกาย เอกนิบาต๘ แสดงว่า ผู้หญิงไม่สามารถที่จะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระเจ้าจักรพรรดิ ท้าวสักกะ มาร พระพรหมได้ โดยระบุว่า ข้อที่ผู้หญิงจะพึงเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น มิใช่ฐานะ มิใช่โอกาสที่จะมีได้ แต่ข้อที่ผู้ชายจะพึงเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น เป็นฐานะที่จะมีได้
ผู้เขียนมีทัศนะส่วนตัวว่า เมื่อความเชื่อของสังคมเปลี่ยนไป โดยคำนึงถึงความเท่าเทียมกันของทั้ง ๒ เพศ ปัจจุบันเราต้องยอมรับกระแสสตรีนิยมที่เรียกร้องความเท่าเทียมกันทางเพศที่มีมากขึ้น เริ่มมีพลังในสังคมและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางแนวคิดและโลกทัศน์แบบใหม่ ทางศาสนาควรหันมาสนใจกระแสดังกล่าวบ้าง การดำรงตำแหน่งทางศาสนา ไม่จำเป็นต้องพูดถึงเพศ แต่ต้องพิจารณาถึงความรู้ทางศาสนา คุณธรรมและความสามารถต่างหาก และนอกจากนั้นเมื่อสภาพแวดล้อมธรรมชาติที่แฝงไว้ด้วยความน่ากลัวต่อผู้หญิง ถูกปรับและควบคุมให้เหมาะแก่การเป็นสถานที่สำหรับประพฤติปฏิบัติธรรม จึงไม่ใช่เรื่องยากเลยที่ผู้หญิงจะเป็นพระนิยตโพธิสัตว์ พระปัจเจกพุทธเจ้าและพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
บทสรุป พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในฐานะเป็นศาสดา เป็นตำแหน่งสูงสุดของพระพุทธศาสนา ซึ่งทุกคนมีสิทธิ์ก้าวไปถึงจุดนั้นได้ ถ้าทำตามหลักการที่พระพุทธศาสนาได้วางไว้หรือบัญญัติไว้ครบถ้วนทุกประการ ถือได้ว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐ ที่ได้ฝึกฝนพระองค์อย่างดีแล้ว แม้แต่เทพเจ้าก็น้อมนมัสการ ไม่ใช่มีแต่มนุษย์เท่านั้นบางคนอาจจะมีความสงสัยว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบันคือพระโคตมะ เป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงในทางประวัติศาสตร์หรือไม่ ขอยืนยันว่าพระองค์เป็นบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริงในทางประวัติศาสตร์ และไม่ได้เป็นบุคคลที่ลึกลับ เราสามารถพิสูจน์ความมีอยู่ของพระองค์ได้จากหลักฐานต่าง ๆ โดยเฉพาะจากพระไตรปิฎก ซึ่งเป็นบันทึกเกี่ยวกับคำสั่งสอนตลอด ๔๕ พรรษาของพระองค์ก็เพียงพอแล้ว ซึ่งคัมภีร์ดังกล่าวได้มีการบันทึกไว้เป็นตัวอักษรเมื่อ ๕๐๐ ปี หลังจากที่พระโคตมะทรงดับขันธปรินิพพาน
![]()
เชิงอรรถ
๑.สุตฺต.อ. ๑/๔๖-๔๗.
๒.สุตฺต.อ. ๑/๔๕.
๓.สุตฺต.อ.๑/๔๗.
๔.สุตฺต.อ. ๑/๔๗.
๕.ขุ.พุทฺธ. ๓๓/๔๖๖-๕๗๖.
๖.โสตตฺถกี (โสตัตถกีมหานิทาน),หน้า ๙๖.
๗.โสตตฺถกี, หน้า ๒๔-๒๘.
๘.องฺ.เอก.๒๐/๒๗๙.
![]()