#echo banner="" พระพุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ 01

คลิกเมาส์ที่ใดก็ได้ในเฟรมนี้เพื่อเรียกเมนูด่วน

พระพุทธศาสนาจากพระโอษฐ์

คัดลอกบางส่วนจาก :พระพุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ (ฉบับสมบูรณ์)

รองศาสตราจารย์แสง จันทร์งาม

คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

โพสท์ในลานธรรมเสวนา กระทู้ที่ 004051 – โดยคุณ : mayrin [ 10 ม.ค. 2545 ]

สมาธิเพื่อดับอาสวะ

ปัญหา จะบำเพ็ญสมาธิภาวนาแบบไหน อย่างไรจึงจะทำให้อาสวะดับได้

พุทธดำรัสตอบ "ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ พิจารณาเห็นความเกิดขึ้นและความเสื่อมไปในอุปทานขันธ์ห้าอยู่เป็นประจำว่า

รูปเป็นดังนี้ความเกิดขึ้นแห่งรูปเป็นดังนี้ ความดับแห่งรูปเป็นดังนี้

"เวทนา...ความเกิดขึ้นแห่งเวทนา... ความดับแห่งเวทนาเป็นดังนี้

"สัญญา... ความเกิดขึ้นแห่งสัญญา... ความดับแห่งสัญญาเป็นดังนี้

"สังขาร...ความเกิดขึ้นแห่งสังขาร... ความดับแห่งสังขารเป็นดังนี้

"วิญญาณ... ความเกิดขึ้นแห่งวิญญาณ... ความดับแห่งวิญญาณเป็นดังนี้

"ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมาธิภาวนาอย่างนี้... ย่อมเป็นไปเพื่อสิ้นอาสวะ..."

สมาธิสูตร

กิเลสหนากับการบรรลุธรรม

ปัญหา ผู้รู้บางท่านแสดงไว้ว่าคนที่มีอุปนิสัยหยาบ มีราคะ โทสะ โมหะกล้า มีโอกาสจะบรรลุมรรคผลช้าคนที่มีอุปนิสัยละเอียด มีราคะ โทสะ โมหะ เบาบาง มีหวังได้บรรลุมรรคผลเร็ว จริงหรือไม่

พุทธดำรัสตอบ "...บุคคลบางคนในโลกนี้ โดยปกติเป็นผู้มีราคะกล้า ย่อมได้เสวยทุกขโทมนัสอันเกิดแต่ราคะเนือง ๆ บ้าง

เป็นผู้มีโทสะกล้าย่อมได้เสวยทุกขโทมนัสอันเกิดแต่โทสะเนืองๆ บ้าง

เป็นผู้มีโมหะกล้า ย่อมได้เสวยทุกขโทมนัสอันเกิดแต่โมหะเนืองๆ บ้าง

(แต่) อินทรีย์ ๕ ประการ...คือศรัทธาวิริยะสติสมาธิปัญญาของเขาปรากฏว่า แก่กล้า เขาย่อมบรรลุคุณวิเศษ เพื่อความสิ้นอาสวะเร็วพลัน เพราะอินทรีย์ ๕ ประการนี้แก่กล้า...

"...บุคคลบางคนในโลกนี้โดยปกติ ไม่ เป็นคนมีราคะกล้า... ไม่เป็นคนมีโทสะกล้า... ไม่เป็นคนมีโมหะกล้า ย่อมไม่ได้เสวยทุกขโทมนัสอันเกิดแต่ ราคะ... โทสะ... โมหะเนือง ๆ

(แต่) อินทรีย์ ๕ ประการ คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญาของเขา ปรากฏว่าอ่อน เขาย่อมได้บรรลุคุณวิเศษเพื่อสิ้นอาสวะช้า เพราะอินทรีย์ ๕ ประการนี้ อ่อน...

ปฏิปทาวรรคที่ ๒

สมถะหรือวิปัสสนาก่อน

ปัญหา การเจริญกรรมฐานมี๒อย่างคือ สมถะ และวิปัสสนา ใน ๒ อย่างนี้ จะเจริญสมถะก่อนหรือวิปัสสนาก่อน ?จะเจริญควบคู่กันไปจะได้หรือไม่

พระอานนท์ตอบว่า "...ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เจริญวิปัสสนามีสมถะเป็นเบื้องหน้า (หรือ)... เจริญสมถะมีวิปัสสนาเป็นเบื้องหน้า(หรือ)...เจริญสมถะและวิปัสสนาควบคู่กันไป...มรรคย่อมเกิด เธอย่อมเสพเจริญ กระทำให้มากซึ่งมรรคนั้น เมื่อเธอเสพ เจริญกระทำให้มาก ซึ่งมรรคนั้น ย่อมละสังโยชน์ทั้งหลายได้ อนุสัยย่อมสิ้นสุด..."

ปฏิปทาวรรคที่ ๒

ประโยชน์ของการเดินจงกรม

ปัญหา วิธีการบำเพ็ญสมถกรรมฐาน เพื่อทำจิตให้สงบระงับนั้น มีอยู่หลายวิธี การเดินจงกรมก็เป็นวิธีหนึ่ง อยากทราบว่าพระพุทธองค์ ทรงเห็นประโยชน์อย่างไร จึงแนะนำให้ภิกษุเดินจงกรม ?

พุทธดำรัสตอบ "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในการเดินจงกรมมี ๕ ประการเป็นไฉนคือภิกษุผู้เดินจงกรม

ย่อมเป็นผู้อดทนต่อการเดินทางไกล ๑

ย่อมเป็นผู้อดทนต่อการบำเพ็ญเพียร ๑

ย่อมเป็นผู้มีอาพาธน้อย ๑

อาหารที่กิน ดื่ม เคี้ยว ลิ้มแล้วย่อมย่อยไปโดยดี ๑

สมาธิที่ได้เพราะการเดินจงกรมย่อมตั้งอยู่ได้นาน ๑

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในการเดินจงกรมมี ๕ ประการฉะนี้แล ฯ"

จังกมสูตร

การตรัสรู้โดยฉับพลันมีได้หรือไม่

ปัญหา มีพระพุทธศาสนาบางนิกายถือว่า การบรรลุมรรคผลอาจเกิดขึ้นได้โดยฉับพลัน เช่นเดียวกับแสงสว่างวาบขึ้นทันทีทันใด ขับไล่ความมืดให้หมดสิ้นไป การบรรลุมรรคผลโดยฉับพลันดังกล่าวจะมีได้หรือไม่ ?

พุทธดำรัสตอบ "...ดูกรปหาราทะ มหาสมุทรลาดลุ่มลึกลงไปโดยลำดับไม่โกรกชันเหมือนเหวฉันใด ในธรรมวินัยนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน มีการศึกษาไปตามลำดับ มีการกระทำไปตามลำดับ มีการปฏิบัติไปตามลำดับ มิใช่ว่าจะมีการบรรลุอรหัตตผลโดยตรง...ฯ"

มหาปราทสูตร

สมาธิกับฌาน

ปัญหา การบำเพ็ญสมาธิจนได้ฌาน จะเป็นเหตุละอาสวะได้หรือไม่ ?

พุทธดำรัสตอบ "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย เพราะอาศัยปฐมฌานบ้าง ทุติยฌานบ้าง ตติยฌานบ้าง จตุตถฌานบ้าง ฯลฯ เพราะอาศัยเนวสัญญานาสัญญายตนะบ้าง...

"ดูก่อนภิกษุทั้งหลายภิกษุในธรรมวินัยนี้สงัดจากกาม ฯลฯ บรรลุปฐมฌาน ฯลฯ เธอย่อมพิจารณาเห็นธรรมทั้งหลายคือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ อันมีอยู่ในขณะแห่งปฐมฌานนั้น โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นโรค เป็นดังหัวฝี เป็นดังลูกศร ไม่มีสุข เป็นอาหาร เป็นของผู้อื่น เป็นของชำรุด ว่างเปล่า เป็นอนัตตา เธอย่อมยังจิตให้ตั้งอยู่ด้วยธรรมเหล่านั้น ครั้นแล้วเธอย่อมโน้มจิตไปเพื่ออมตธาตุ นั่นสงบ นั้นประณีต คือ ธรรมเป็นที่สงบแห่งสังขารทั้งปวง ความสละคือ อุปธิทั้งปวง ความสิ้นตัณหา ความคลายกำหนัด ความดับ นิพพาน เธอตั้งอยู่ในปฐมฌานนั้น ย่อมถึงความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย..."

ฌานสูตร

ศีลกับอรหัตตผล

ปัญหา การรักษาศีล จะสามารถนำไปสู่การบรรลุมรรคผลได้หรือไม่ ?

พุทธดำรัสตอบ "...ดูก่อนอานนท์ ศีลที่เป็นกุศลมีอวิปปฏิสาร (ความไม่เดือดร้อน) เป็นผล... อวิปปฏิสารมีปราโมทย์เป็นผล... ปราโมทย์มีปีติเป็นผล... ปีติมีปัสสัทธิเป็นผล... ปัสสัทธิมีสุขเป็นผล... สุขมีสมาธิเป็นผล... สมาธิมียถาภูตญาณทัสสนะเป็นผล... ยถาภูตญาณทัสสนะมีนิพพิทาวิราคะเป็นผล... นิพพิทาวิราคะมีวิมุติญาณทัสสนะเป็นผล ด้วยประการดังนี้ ดูก่อนอานนท์ ศีลที่เป็นกุศลย่อมถึงอรหัตตผลโดยลำดับด้วยประการดังนี้แล ฯ"

กิมัตถิยสูตร